Home Blog

สาวเอารถไปซ่อมที่อู่

0

วันที่ 22 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจาก น.ส.พิมพ์ณภัส หรือจูน นวลหงษ์ อายุ 27 ปี เจ้าของรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีขาว ทะเบียน 1กภ 4366 กทม. ซึ่งนำไปซ่อมที่อู่แห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.64 ปรากฎว่าหลังจากนั้นผ่านไปประมาณ 1 เดือน เจ้าของอู่โทรมาแจ้งว่ารถเก๋งถูกคนขโมยไป ซึ่งกล้องของอู่จับภาพได้ เจ้าของอู่จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง เมื่อวันที่ 19 ต.ค.64

ภาพจากทุบโต๊ะข่าวอัมรินทร์

กระทั่งวันที่ 22 พ.ย.64 น.ส.พิมพ์ณภัส ได้รับแจ้งจากเพื่อนในเฟซบุ๊กว่า พบรถเก๋งคัมรี่ลงประกาศขายในเพจแห่งหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับรถของ น.ส.พิมพ์ณภัส ซึ่งจำหน่ายอยู่ที่เต็นท์ขายรถแห่งหนึ่ง ย่านนวมินทร์ กทม. ทำให้ น.ส.พิมพ์ณภัส และเพื่อนเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวที่เต็นท์รถแห่งนี้ ก่อนจะตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากตำรวจชุดสืบสวน วางแผนล่อซื้อรถที่ถูกขโมยมาสวมทะเบียนคันดังกล่าว

ภาพจากทุบโต๊ะข่าวอัมรินทร์

จากนั้นในเวลา 13.00 น. ตำรวจชุดสืบสวน สน.โคกคราม ได้นำกำลังลงพื้นที่เต้นท์ขายรถมือสองดังกล่าว สามารถตรวจยึดรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีขาว ทะเบียน 2กญ 7181 กทม. มีรายละเอียดหลายอย่างที่ตรงกับรถของผู้เสียหาย จึงได้อายัดนำมาตรวจสอบที่ สน.โคกคราม พร้อมทั้งเชิญตัวเจ้าของเต็นท์รถและเซลล์ขายรถเข้าสอบปากคำ

ภาพจากทุบโต๊ะข่าวอัมรินทร์

จากการสอบถาม นายไตรภพ อยู่ประเสริฐ อายุ 42 ปี และ นายวัชระ ผึ้งมี อายุ 29 ปี เพื่อนของผู้เสียหาย ที่มาช่วยติดตามรถเก๋งกลับคืนมา กล่าวว่า โชคดีที่วันนี้เรามาเจอรถของน้องจูนในพื้นที่นี้พอดี ซึ่งเมื่อไปร้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจชุดสืบสวน สน.โคกคราม แล้วตำรวจระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบรถเก๋งคันที่ต้องสงสัยทันที ก่อนจะอายัดรถมาตรวจพิสูนจ์ ซึ่งตนเป็นห่วงว่าในตอนที่น้องจูนกำลังไปเข้าแจ้งขอความช่วยเหลือจากตำรวจนั้น หากคนที่นำรถมาขายไหวตัวทัน ตนและเพื่อนๆ ที่เฝ้ารถอยู่ห่างๆ คงจะติดตามไม่ทัน และหากรถเก๋งคันเก๋งหลุดจากเต็นท์แห่งนี้ไปแล้ว คงยากที่จะติดตามกลับคืนมา เนื่องจากคนขายตั้งราคาไว้เพียง 4 แสนกว่าบาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกมาก โชคดีที่ได้ตำรวจชุดสืบสวน สน.โครกคราม ช่วยเหลือ

ภาพจากทุบโต๊ะข่าวอัมรินทร์

นายวัชระ กล่าวอีกว่า ตนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมรถที่เพื่อนตนนำไปซ่อมที่อู่ย่านบางบัวทอง และวันที่เกิดเหตุนั้น เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นพอเหมาะพอดีกันไปหมด นำรถเข้าอู่ กุญแจวางหน้ารถ แถมประตูอู่เปิดทิ้งไว้ไม่ได้ล็อค พอรถหายเจ้าของอู่ก็รีบไปแจ้งความ แต่ไม่รับผิดชอบใดๆ แล้วไปให้ข่าวอีกทางว่าดูแลเยียวยาจ่ายค่าเสียหายให้แล้วเป็นหลักแสน ซึ่งก็ไม่มีความเป็นจริง เพราะน้องจูนได้รับเงินเป็นค่าเสียเวลา 5 พันบาท จากเจ้าของอู่คนใหม่เท่านั้น พร้อมกับหารถเก๋งซึ่งเป็นชื่อใครก็ไม่รู้มาให้ใช้แทน และ หลังจากน้องจูนเข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง มาเป็นเดือนๆ คดีไม่เคยมีความคืบหน้าอะไร เพื่อนๆ ต้องช่วยกันสืบค้นหากันเองจนเจอ พอไปถามตำรวจชุดสืบสวนบางบัวทองได้แต่บอกว่าบอกว่าอู่นี้มีแบ็คดี

ด้าน น.ส.พิมพ์ณภัส กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ตามรถกลับคืนมาได้ด้วยตนเอง แม้จะแทบหมดหวังไปแล้ว ซึ่งตนขอยืนยันว่ารถคันนี้เป็นของตนแน่นอน ต่อให้ถูกเปลี่ยนแปลง ดัดแปลงอะไรไป ตนก็สามารถจำรอย จำตำหนิ สัญลักษณ์ต่างๆ ประจำรถได้ทันหมด สิ่งเดียวที่แปลกปลอมติดมากับรถของตนคือป้ายทะเบียนรถที่ไม่ใช่ของรถตนเท่านั้น เพราะแม้แต่ขนาดบูลทูธเครื่องเสียงรถยนต์ที่ต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ เมื่อวันนี้ตอนที่ลงไปพิสูจน์กันที่เต็นท์รถ ตนยังสามารถเข้าเครื่องเสียงเชื่อมต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องกดรหัสเข้าใหม่เลย

ภาพจากทุบโต๊ะข่าวอัมรินทร์

น.ส.พิมพ์ณภัส กล่าวอีกว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพิสูจน์และขยายผลไปจนถึงตัวการที่กระทำผิด เชื่อว่าเป็นขบวนการปลอมแปลง เปลี่ยนเลขตัวถัง เปลี่ยนเลขคัทซี ถ้าวันนี้ตนไม่โชคดีได้รับแจ้งข้อมูลเรื่องรถของตนมาและตามมาเฝ้ารถได้ทัน ป่านนี้คงถูกเคลื่อนย้ายออกไปขายหรือกระจายเป็นอะไหล่ไปหมดแล้ว อยากฝากให้ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้เข้ามาดูแลคดีและให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย

เพราะตนเชื่อว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีแรกที่มีผู้เสียหายถูกกระทำแบบนี้ และกลายเป็นว่าฝ่ายเราซึ่งเป็นเจ้าของเป็นผู้เสียหายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบางบัวทองในพื้นที่มาซักถามด้วยความสงสัยว่า เป็นฝ่ายไปลักรถออกมาจากอู่เสียเอง ทั้งๆ ที่ตนก็ยังไม่รู้เลยว่ารถหม้อน้ำเสีย อู่รถซ่อมเสร็จวันไหน แล้วทำไมถึงวางกุญแจล่อตาประมาทขนาดนั้น ประตูทางเข้าออกอู่ก็ไม่ปิด เมื่อเอื้ออำนวยความสะดวกให้คนร้าย และยังเข้าแจ้งความรถหายปกป้องตัวเองเสียอีก ซึ่งพฤติกรรมของเจ้าของอู่แห่งนี้ยังมีอะไรที่น่าสงสัยอีกเป็นอย่างมาก

ภาพจากทุบโต๊ะข่าวอัมรินทร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.ต.ต.ไพศาล วงษ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งหมดทำหนังสือชี้แจงรายงานความคืบหน้าให้ต่อไปในวันพรุ่งนี้ว่า สาเหตุใดเจ้าของอู่ถึงไม่ถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์ และทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง จึงไม่ติดตามคนร้ายที่ขโมยรถไปแล้วปล่อยให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสาววัย 27 ปี กับเพื่อนๆ สามารถติดตามเจอรถด้วยตนเอง จนนำมาสู่การอายัดได้ในที่สุด

ขอบคุณ ข่าวสด

ชายชาติทหาร ขอแต่งสาว(คลิป)

0

กรณีร้านเช่าชุดเจ้าสาวและรับแต่งหน้า ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอว่าที่เจ้าสาวรายหนึ่งที่มีความพิการบนใบหน้า เนื่องจากประสบอุบัติเหตุจนเสียโฉม แต่ช่างแต่งหน้าได้เนรมิตให้กลายเป็นเจ้าสาวที่สวยหวานงดงาม โดยเขียนข้อความระบุว่า ของขวัญสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง คือ การได้แต่งงานและเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดกับครั้งหนึ่งในชีวิต ขอบพระคุณเจ้าสาวที่อนุญาตให้ถ่ายก่อนหลัง…เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและเป็นกำลังใจให้กับผู้หญิงทุกคน เรือนเจ้าสุพรรณบุรี

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

และมีการโพสต์ความแตกต่างระหว่างก่อนแต่งและหลังแต่ง ซึ่งได้รับอนุญาตจากว่าที่เจ้าสาวรายนี้แล้ว พร้อมเขียนข้อความว่า “ความฝันของผู้หญิงคนหนึ่ง คือ อยากเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด ขอบพระคุณเจ้าสาวที่อนุญาตให้ถ่ายก่อนหลังเพื่อเป็นแรงบันดาลใจและเป็นกำลังใจให้กับผู้หญิงทุกคน เรือนเจ้าสาวสุพรรณบุรี

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ล่าสุดวันที่ 22 พ.ย.64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปพูดคุยกับ นางสาวอรธีรา รสหอม หรือ ส้ม อายุ 26 ปี ว่าที่เจ้าสาวในรูปดังกล่าว เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ตนต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้น เพราะวันที่ 11 ตุลาคม 51 ตนประสบอุบัติเหตุมีรถสิบล้อฝ่าไฟแดงมาชนขณะตนขี่มอเตอร์ไซค์ และลากไปเกือบ 200 เมตร จนรถมอเตอร์ไซค์ระเบิดทำให้ไฟคลอกตนจนเผาไหม้เรือนร่างบางส่วน มือซ้ายทั้งมือหายไป นิ้วก้อยนิ้วนางมือขวาหายไป ขาขวาขาดต้องใส่ขาเทียม ใบหูขวาขาดหาย ผมด้านขวาถูกเผาไหม้จนเซลล์ตาย ตาฝั่งขวาเปิดออก ต้องเอาหนังตรงไหปลาร้าไปปะแทน และแผ่นหลังเปิดถึงกระดูก

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

โดยทุกจุดที่ถูกไฟคลอกผิวหนังตายหมด ต้องขูดเอาหนังบริเวณหน้าขามาปะไว้ จึงกลายเป็นรอยหย่นจากการปะ ทำให้ตนหมดความมั่นใจ ท้อแท้และคิดจะฆ่าตัวตายตายมาแล้วหลายรอบ แต่โชคดีที่ครอบครัวคอยให้กำลังใจ ประกอบกับตนเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงรู้สึกว่าต้องสู้ต่อไป

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ต่อมาในเดือนธันวาคม 59 เรื่องราวของตนก็ได้นำไปทำเป็นละครเทิดพระเกียรติ ชุดใต้ร่มพระบารมี เรื่อง จากฟากฟ้าสุราลัย โดยมีนักแสดงชื่อดัง มุกดา นรินทร์รักษ์ นักแสดงสาว รับบทเป็นตน กระทั่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว มีผู้ชายคนหนึ่งทักข้อความในไอจีเข้ามาจีบ บอกว่าเห็นตัวจริงของตนแล้วถูกชะตา แต่ยังไม่รู้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกมีบางอย่างบกพร่อง ก็เลยตัดสินใจบอกไปตั้งแต่วันแรกที่เริ่มคุยกัน เพราะตนอยากรู้ว่าเขาจะโอเคหรือเปล่า ไม่น่าเชื่อผู้ชายคนนี้กลับรับได้ และชื่นชมตนว่าเข้มแข็งมากที่สามารถใช้ชีวิตแบบนี้ จึงทำให้พวกเราได้นัดเจอกัน และคบกันเรื่อยมา

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

เมื่อ 2 ปีก่อน ฝ่ายชายต้องไปเป็นทหาร แล้วช่วงเดือนเมษายน 64 ที่ผ่านมา พ้นจากการเป็นทหารเกณฑ์ จึงให้ผู้ใหญ่มาติดต่อสู่ขอตนอย่างเป็นทางการ ซึ่งตนก็ตกลงเพราะมองว่าเขาไม่อายที่จะไปไหนมาไหนกับตน ก็เลยประทับใจ พร้อมกับมีการวางแผนแต่งงานแล้วเรียบร้อย ในวันที่ 12 มีนาคม 65 และหลังแต่งงานก็อยากมีลูกด้วยกัน ชาย 1 คน หญิง 1 คน

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ส่วนภาพที่กำลังเป็นกระแส เป็นช่วงที่ตนถ่ายพรีเวดดิ้งในแพ็กเกจราคา 19,999 บาท มีทั้งแต่งหน้า และชุดเจ้าสาว โดยที่ตนไม่ได้ให้ตัวอย่างที่อยากได้กับช่าง บอกไปแค่ว่าตนมีปัญหาเกี่ยวกับผมและใบหน้า อยากให้ช่างช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ ตอนแรกที่ช่างเห็นก็ถึงกับตกใจ ทำให้ใช้เวลาแต่งนานถึง 5 ชั่วโมง

“หนูเห็นกระแสโซเชียลก็ตกใจเหมือนกันค่ะ ไม่คิดว่าจะได้รับความสนใจเยอะขนาดนี้ เพราะตอนแรกที่อนุญาตให้ช่างแต่งหน้าถ่าย เพราะอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ต่อมาช่างแต่งหน้าก็ขอญาตโพสต์ ซึ่งก็เห็นด้วยเพราะมองว่าอาจจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับหลายคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองได้ ด้านของฝ่ายชายหรือว่าที่เจ้าบ่าวก็ถึงกับอึ้งอยู่หลายนาที จำไม่ได้ว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเป็นว่าที่เจ้าสาวของเขาหรือเปล่า เพราะสวยมาก สุดท้ายก็อยากขอบคุณทุกคน ไม่ว่าจะช่องทางไหนก็แล้วแต่ อ่านแล้วมันตื้นตันจนน้ำตาไหล และอยากบอกกับทุกคนว่า พยายามให้กำลังใจตัวเอง ชีวิตของเราต้องมั่นใจและทำทุกวันให้เป็นวันที่มีความสุข อย่าแคร์หรือท้อแท้ต่อคำติของคนอื่น และที่สำคัญอย่าได้หมดหวัง” นางสาวอรธีรา กล่าว

นายชานนท์ อู่ทรัพย์ หรือ เจมส์ อายุ 24 ปี ว่าที่เจ้าบ่าว ในวันนี้ก็โชว์หวานออกสื่อให้เราได้ดูด้วย ทั้งหอมแก้ม จับมือ พร้อมบอกว่าส่วนตัวตกกลุ่มรักผู้หญิงคนนี้ และอยากที่จะแต่งงานกับเขา เพราะชอบในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ว่าจะเป็นตัวตน รูปลักษณ์ภายนอก และอยากจะดูแลเขาไปตลอดชีวิต ไม่เคยรู้สึกอายเลยด้วยซ้ำเมื่อต้องเดินในที่สาธารณะแล้วมีคนมอง

“ยิ่งมาเห็นตอนที่เขาแต่งหน้าเสร็จ ผมยอมรับว่าตกใจเพราะสวยมาก ๆ ขอบคุณช่างแต่งหน้ามาก ๆ ที่ช่วยกันแต่งจนไม่ได้กินข้าวเลย แต่ถ้าถามว่าอยากให้เขาแต่งแบบนั้นทุกวันไหม เจ้าไม่นะครับ ผมชอบธรามชาติมากกว่า เพราะไม่ว่ายังไงในสายตาผมเขาก็สวย และผมขอสัญญาว่าจะดูแลแบบนี้เสมอต้นเสมอปลายไปตลอดชีวิตครับ” นายชานนท์ กล่าวให้ฟัง

นายวานิช หอมเขียว หรือ จิงโจ้ อายุ 27 ปี ช่างแต่งหน้าและเจ้าของร้านเรือนเจ้าสาว สุพรรณบุรี ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเปิดมาแล้วกว่า 7 ปีแล้ว เปิดเผยว่า ทันทีที่ตนเห็นใบหน้าและร่างกายของว่าที่เจ้าสาว ยอมรับว่าเครียดและกังวลเหมือนกัน เพราะถือว่าเป็นงานที่ยากที่สุดเท่าที่ทำงานมาทั้งหมด 7 ปี แต่ตนก็ไม่ได้มองว่าเกินความสามารถ เพราะจากประสบการณ์ในการทำงาน รู้ว่าสามารถใช้เทคนิคหลายอย่างผสมผสานกันได้ จึงต้องมีการวางแผนกับทีมช่าง 5 คน ทั้งช่างหน้าและผมกว่า 2 ชั่วโมง สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะให้ออกมาชมพู หวาน ๆ สดใส เพราะด้วยความที่ต้องปกปิดข้อบกพร่องต่าง ๆ ถ้าใช้สีเรียบ ๆ คลีน ๆ จะปกปิดยาก แต่ถ้าใช้สีแรง ๆ ก็จะดูเข้มเกินไป

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ทั้งนี้จุดที่ยากที่สุดจะมีอยู่ 2 จุด ได้แก่ ผม ทีมช่างก็เลยตัดสินใจใช้วิคผมตาข่ายเข้ามาช่วย เลือกสีผมและทรงผมให้เข้ากับใบหน้าโทนชมพูหวาน ๆ ส่วนจุดที่ 2 คือคิ้วฝั่งที่ไม่มีขนคิ้ว ตรงนี้จะใช้ขนตาปลอมตัดออกมาแล้วใช้กาวติดขนตาแปะบริเวณคิ้วให้เรียงเส้น จะได้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด รวมแล้วใช้เวลาแต่งหน้า 3 ชั่วโมง ทำผมอีก 2 ชั่วโมง ทั้งหมดรวม 5 ชั่วโมง

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

หลังจากแต่งหน้าทำผมเสร็จแล้ว ตนเห็นว่าที่เจ้าสาวมีความสุข และบอกกับตนว่า มันเกินคาดมาก ๆ ส่วนตัวก็ดีใจ ปลื้มใจ เหมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะเป็นหนึ่งในเคสที่เชื่อว่าลูกค้าก็ต้องตั้งความหวังไว้อย่างแน่นอน เนื่องจากวินาทีแรกที่ว่าเจ้าสาวเดินเข้ามาในร้านและได้พูดคุยกับตนนั้น ว่าที่เจ้าสาวบอกว่า หนูไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่ได้แต่งงาน เป็นเจ้าสาว ตั้งแต่ตอนนั้นตนรู้แล้วว่า “นี่แหละคือแรงบันดาลในการสร้างสรรค์ผลงาน และต้องทำยังไงก็ได้ ให้เขาสมหวังมากที่สุด

ส่วนเรื่องกระแสโซเชียลนั้น ตนไม่คิดเลยว่าจะถูกพูดถึงเยอะขนาดนี้ เพราะความตั้งใจแรกแค่อยากให้ลูกค้าประทับใจมากที่สุด เพราะฉะนั้นตนในฐานะช่างแต่งหน้าก็อยากจะฝากบอกผู้หญิงทุกคนที่ไม่มั่นใจในรูปลักษณ์หน้าตาและเรือนร่างของตัวเองว่า ทุกคนมีความสวยในตัวเอง เช่นว่าที่เจ้าสาวเคสนี้ ความสวยนั้นคือความสุข พลังบวก รอยยิ้มและกำลังใจ ฉะนั้นไม่ว่าจะมีลักษณะภายนอกเป็นยังไง ก็อยากให้มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองมี

คลิป

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

วงในเผย ต้อม ยุทธเลิศ

0

จากกรณที่ ไอซ์ รักชนก กลุ่มพลังคลับเฮาส์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อเปิดเผยถึงเรื่องราวที่ถูกผู้กำกับชื่อดัง ต้อม ยุทธเลิศ กระทำตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 แหล่งข่าววงในผู้ใกล้ชิดทั้ง ต้อม ยุทธเลิศ และ ไอซ์ รักชนก ซึ่งแหล่งข่าวคนนี้ไม่ขอเปิดเผยตัวตน

แต่ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวมาว่า เมื่อวานนี้ ด้วง ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดัง ได้จัดงานมีตแอนด์กรี๊ดกับแฟนคลับของตัวเอง ด้วยการเหมาเรือสำราญลำหนึ่ง โดย ด้วง ดวงฤทธิ์ ได้เชิญผู้ใหญ่และคนสนิทขึ้นเรือด้วย โดยที่ ไอซ์ รักชนก ไม่รู้ว่า ต้อม ยุทธเลิศ อยู่บนเรือ เพราะหากรู้ ไอซ์ รักชนก จะไม่ขึ้นเรือไปด้วยแน่นอน เนื่องจากเคยมีปัญหากันมาก่อน และ ต้อม ยุทธเลิศ เคยลั่นวาจาไว้ว่าถ้าเจอ ไอซ์ รักชนก จะจัดการทันที

แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดเล่าต่ออีกว่า หลังจากนั้นก็มีผู้ใหญ่คนหนึ่งเสนอตัวจะเคลียร์ใจให้ โดยไปบอกกับไอซ์และต้อม ในประโยคเดียวกันว่า อีกฝ่ายอยากจะขอเคลียร์และขอโทษ พอ ไอซ์ เดินขึ้นไปเจอ ต้อม ที่ชั้น 3 ก็เห็นว่า อีกฝ่ายกำลังดื่มอยู่ เลยบอกไปว่า ถ้ามีอาการค่อยคุยกันวันหลัง

จากนั้น ต้อม ก็เปิดฉากต่อว่า แล้วก็ลุกขึ้นไปทำไอซ์ 2 ที จากนั้นก็มีคนแยก แต่ไม่มีคนจับผู้กำกับคนดัง ต้อม ก็เลยได้จังหวะทำกับ ไอซ์ ไปอีก 1 ครั้ง คาดว่าส่วนหนึ่งมาจากอาการดื่มมา แต่อีกส่วนคืออยากจะทำอยู่แล้ว ซึ่งผู้หญิงก็ตัวเล็กว่ามากด้วย

หลังจากเกิดเรื่อง ไอซ์ ได้ไปแจ้งความเรียบร้อยแล้ว โดยมุ่งมั่นว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่ใช่จ่ายแค่ 500 บาท แล้วจบกัน อีกทั้งตอนนี้นักสิทธิมนุษยชนก็กำลังคุยกันอยู่ เนื่องจากไม่อยากให้เรื่องนี้เงียบ เพราะหลังจาก ต้อม ก่อเหตุก็มีการบอก ไอซ์ ด้วยว่าห้ามเอาเรื่องไปบอกใครไม่งั้นจะแฉ

ซึ่งก็ต้องรอติดตามต่อไปว่า ต้อม จะออกมาพูดเรื่องอะไร อย่างไรก็ตามทุกคนคาดไม่ถึงว่า ต้อม ทำกับผู้หญิง แต่ก็มีหลายคนที่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของ ต้อม มาเยอะ ว่าวงการหนังก็ไม่มีใครเอา เขาถึงได้มาหาจุดยืนใหม่ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้รับการยอมรับอยู่ดี

ขอบคุณ คมชัดลึก

ตร. ส่งมอบเงิน 63 ล้านบาท คืน หลวงพ่อพัฒน์

0

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 พ.ย.64 ที่ วัดห้วยด้วน (ธารทหาร) อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. ร่วมเป็นสักขีพยานการถวายเงินคืนแด่พระราชมงคลวัชราจารย์(พัฒน์ปญุ ญกาโม) หรือ หลวงพ่อพัฒน์ ปญฺญกาโม เจ้าอาวาสวัดห้วยด้วน จํานวน 63,034,470 บาท หลังก่อนหน้านี้ได้ตรวจสอบพบกลุ่มไวยาวัจกรของวัดห้วยด้วน ยักย้ายถ่ายเทไปเข้าบัญชีส่วนตัว จนกลายเป็นข้อพิพาทถึงพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส

พล.ต.ท.จิรภพ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มลูกศิษย์ของหลวงพ่อพัฒน์ฯ เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ให้ช่วยตรวจสอบ กลุ่มไวยาวัจกรของวัดห้วยด้วน และ คนใกล้ชิดที่มีอํานาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัด หลังพบพฤติกรรมต้องสงสัยทุจริตยักยอกเงินของวัดห้วยด้วน และไม่น่าไว้วางใจการบริหารจัดการกิจนิมนต์ รวมถึงการดูแลสุขภาพของหลวงพ่อฯ ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสอบทรัพย์สินของบุคคลเหล่านี้

ส่วน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็พบข้อมูลว่า กลุ่มไวยาวัจกร และคนใกล้ชิดของหลวงพ่อฯ คือ นายเสนาะ (สงวนนามสกุล), นางชัญญา (สงวนนามสกุล) และนางบุญเชิด (สงวนนามสกุล) นําเงินของวัดไปเข้าบัญชีธนาคารในชื่อของตนเอง จำนวน 7 บัญชี รวมเป็นเงิน 63,034,470 บาท จึงขออายัดเงินไว้ ก่อนเข้าตรวจสอบเอกสารและหลักฐานต่างๆ พร้อมกับเชิญตัวบุคคลทั้ง 3 คนมาสอบปากคำถึงที่ไปที่มาของเงินดังกล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนทั้ง 3 คนยอมรับว่า เงินจํานวน 63 ล้านบาทนั้นเป็นเงินของหลวงพ่อพัฒน์จริง สอดคล้องกับคำให้การของหลวงพ่อพัฒน์ ที่เคยให้การว่า เงินที่ญาติโยมถวายมา ก็จะให้กลุ่มไวยาวัจกรและคนใกล้ชิดนําไปฝากในบัญชีส่วนตัว เพื่อสะดวกต่อการเบิกเงินมาใช้สร้างเจดีย์กลางน้ํา และสาธารณประโยชน์

แต่จําได้ว่า มอบเงินให้ไปฝากประมาณ 28 ล้านบาท เท่านั้น แต่เมื่อถึงกําหนดจ่ายค่างวดงานก่อสร้างเจดีย์ หลวงพ่อพัฒน์ ได้ให้นายเสนาะไปถอนเงิน จํานวน 15 ล้านบาท เพื่อมาจ่ายให้ผู้รับเหมา แต่นายเสนาะกลับไม่ยอมไปถอนเงินมาให้ ต้องไปหาเงินจากส่วนอื่นมาจ่ายแทน

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจนทราบข้อเท็จจริง ทางไวยาวัจกรทั้ง 3 คน จึงยินยอมทำหนังสือบันทึกสมัครใจถอนเงินมาถวายคืนแด่หลวงพ่อพัฒน์ และวัด จนนำมาสู่การทำบันทึกคืนเงินให้วัดในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเงิน จำนวน 63 ล้านบาทนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ตรวจยึดและอายัดบัญชีธนาคารอีกบัญชีหนึ่งของนายเสนาะ จำนวน 7.9 ล้านบาท เพื่อตรวจสอบต่อไปว่า เป็นเงินของวัดอีกหรือไม่

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวด้วยว่า ตนยืนยันว่า คดีนี้จะต้องมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแน่นอน ทุกอย่างดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีละเว้น ซึ่งขั้นแรกจะต้องติดตามเงินกลับคืนมาให้ได้ทั้งหมดเสียก่อน หลังจากนั้นก็จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

โดยพนักงานสอบสวนจะเร่งสรุปสํานวนคดี ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาภายใน 30 วัน เพื่อไต่สวนและวินิจฉัยว่า มีการกระทำทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่หรือไม่ ตามมาตรา 61 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือไม่ต่อไป

สำหรับประวัติ หลวงพ่อพัฒน์ นั้นเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง มีความเมตตาสูง จนมีประชนชนและลูกศิษย์ เลื่อมใส ศรัทธา เคารพนับถือจํานวนมาก ทําให้มีผู้มาขอให้หลวงพ่อพัฒน์ ปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ และถวาย เงินเป็นจำนวนมาก ประมาณปีละกว่าร้อยล้านบาท

ซึ่งส่วนใหญ่หลวงพ่อจะนําไปใช้ในการทํานุบํารุงศาสนา และมอบให้หน่วยงานที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ เช่น วัด โรงพยาบาล และโรงเรียนต่างๆ โดยไม่ได้นําไปใช้ในส่วนตัวแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ครบ15 วัน เจ้าของที่ดิน รื้อรั้วอิฐบล็อก เสร็จ 100% แต่กลับเจอปัญหหาใหญ่

0

จากกรณี เจ้าของที่ดินถมที่ดินและสร้างรั้วสูงมิดหลังคาชาวบ้าน ของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบได้ออกมารวมตัวเรียกร้องขอความเป็นธรรม กระทั่งทางจังหวัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหา ก่อนจะมีคำสั่งรื้อถอนแนวรั้ว และขุดดินที่ถมสูงอยู่ริมกำแพงออกภายใน 15 วัน

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 พ.ย. 2564 เจ้าของที่ดินได้นำรถแบ็กโฮ 2 คัน เข้าพื้นที่มาขุดดินออก พร้อมนำช่างและรถแบ็กโฮเข้าทำการรื้อถอนแนวรั้วด้านบน โดยเริ่มจากกำแพงที่ติดกับบ้านหลังแรก ทยอยรื้อได้ประมาณ 30 เมตร และมีการปรับขุดดินที่อยู่ใกล้กำแพงกันดินออกจากจุดใกล้กำแพงออกจากแนวกำแพง ตามคำสั่งของทางจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว

นางวันทนา สังข์สุข อายุ 35 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ในวันนี้เจ้าของที่ดินยินยอมรื้อแนวรั้วด้านบนกำแพงกันดินออก ซึ่งจะทำให้บ้านของตนได้รับแสงสว่างจากภายนอก ได้รับลมที่พัดเข้ามา ส่วนบ้านของตนที่ได้รับความเสียหายนั้นก็อยากจะฝากให้เจ้าของที่ดินได้ลงมาดูความเสียหาย และมาเจรจาถึงค่าซ่อมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านของตนเองด้วย ซึ่งก็อยากจะวิงวอนให้เจ้าของที่เห็นใจชาวบ้านด้วย

ส่วน นายวรากร เสือส่าน นายกเทศมนตรีตำบลลาดหญ้า กล่าวว่า ทางเทศบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปร่วมสังเกตการณ์รื้อถอนและขุดดินภายในที่ดินแปลงดังกล่าวด้วย เพื่อดูให้การรื้อถอนและขุดดินเป็นไปอย่างถูกต้องตามข้อกำหนด ทั้งนี้ทางเจ้าของที่ดินจะพยายามเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วันตามที่ทางจังหวัดออกคำสั่งมา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยช่วงนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการให้เครื่องจักรหนักเข้ามาทำงานในพื้นที่ได้

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 22 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการดำเนินการรื้อรั้วรวมทั้งขุดดินให้ห่างจากกำแพงดิน 4.5 เมตรให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ซึ่งวันนี้ถือว่าครบกำหนดระยะเวลา 15 วันพอดี

โดยเมื่อไปถึงพบ น.ส.มธุรส และนายธัชชัย (สงวนนามสกุล) สองสามีภรรยาเจ้าของบ้านเลขที่ 190/98 รวมทั้ง นายจตุรงค์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของบ้านเลขที่ 190/101 และ ร.ต.ธานินทร์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของบ้านเลขที่ 190/100 นั่งพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน จึงเข้าไปสอบถามความคืบหน้า

โดยการไปติดตามความคืบหน้าต้องปีนขึ้นไปหลังคาบ้านจึงจะมองเห็นบริเวณโดยรอบ ผลพบว่าเจ้าของที่ดินที่ก่อสร้างได้ดำเนินการรื้อถือถอนรั้วที่สร้างด้วยอิฐบล็อกออกไปจนเสร็จสิ้นแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าทันเวลาที่กำหนดเอาไว้ภายใน 15 วัน ส่วนการขุดดินให้ห่างจากกำแพงกันดิน 4.5 เมตร พบว่าเพิ่งดำเนินการได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

นายธัชชัย เปิดเผยว่า การที่เจ้าของที่ดินดำเนินการรื้อรั้วที่ทำด้วยอิฐบล็อกลงมาได้ถึงระดับนี้ทำให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบมีความรู้สึกดีขึ้นมาก แต่หากเป็นไปได้ก็อยากจะให้รื้อกำแพงกันดินให้ต่ำลงไปอีกเพราะเฉพาะกำแพงกันดินนั้นสูงประมาณ 4 เมตร ซึ่งเท่ากับระดับชายคาบ้าน แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ขอให้ขึ้นกับทางจังหวัดกาญจนบุรี ส่งโยธาจังหวัดลงมาตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของกำแพงกันดินว่าจะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน

และที่ผ่านมาเพื่อนบ้านหลังที่อยู่ตรงกลางได้ถ่ายภาพกำแพงกันดินที่เป็นคอนกรีตรวมทั้งฐานค้ำยัน พบว่ามีร่องรอยของการแตกร้าว จึงยังไม่มั่นใจว่าโครงสร้างนั้นได้มาตรฐานมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องรอให้ทางโยธาจังหวัดเข้ามาสำรวจให้ละเอียดเพื่อนำไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

แต่อย่างไรก็ตามถึงตรงนี้แล้วชาวบ้านก็มีความรู้สึกพึงพอใจในระดับหนึ่ง เพราะเจ้าของกำแพงก็ได้ดำเนินการตามคำสั่งของจังหวัดได้เป็นอย่างดี ซึ่งคำสั่งของังหวัดได้มีการสั่งให้รื้อรั้วที่เป็นอิฐบล็อกออกไปให้หมดภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ 8-22 พ.ย.64

โดยหลังจากรื้อรั้วออกไปได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เช่นที่บ้านของตน ขณะที่มีรั้วอิฐบล็อกอยู่นั้นแสงแดดไม่สามารถส่องผ่านหน้าต่างเข้าไปภายในบ้านได้เลย แต่เมื่อแสงแดดส่องเข้าบ้านได้แล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟเพราะมองเห็นอะไรได้ชัดขึ้น และอย่างน้อยเวลาเราอยู่ในห้องนอนทำให้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่งด้วย ส่วนต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ก็ได้รับแสงแดดไปด้วยเช่นกัน ที่ผ่านมายอมรับว่าการมีกำแพงที่สูงทำให้มันมีปัญหากับชีวิตประจำวันของพวกเราทุกครอบครัว

ซึ่งตั้งแต่มีปัญหาเจ้าของที่ดินผู้สร้างกำแพง ยังไม่เคยเข้ามาพูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบแม้แต่ครั้งแต่เดียว แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งขณะที่กำลังนำรถแบคโฮเข้ามารื้อกำแพงบริเวณหลังบ้านเลขที่ 190/100 ปรากฏว่าทำพลาดทำให้อิฐบล็อกหล่นตกลงมาทำให้กระเบื้องมุงหลังคาแตก หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าของก็ได้มาพบเพื่อขอโทษและได้ดำเนินการซ่อมแซมหลังคาให้จนแล้วเสร็จ

ในส่วนเรื่องค่าชดใช้เกี่ยวกับกรณีบ้านเรือนประชาชนมีสภาพที่แตกร้าวนั้น ทางโยธาจังหวัดกาญจนบุรี ได้เข้ามาสำรวจค่าความเสียหายไปแล้ว 2 ครั้ง แต่เราไม่ทราบว่าทางโยธา นำเสนอข้อมูลไปถึงเจ้าของที่ที่สร้างกำแพงแล้วหรือยัง

ด้าน ร.ต.ธานินทร์ เปิดเผยว่า ช่วงที่อิฐบล็อกตกหล่นมาใส่หลังคาบ้านตนไม่ได้อยู่บ้าน หลังเกิดเหตุเพื่อนบ้านได้แจ้งให้ทราบ ซึ่งทางเจ้าของที่ดินที่สร้างกำแพงเป็นผู้หญิง ได้เข้ามาดูแลและดำเนินการซ่องหลังคาให้เป็นอย่างดี โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาฝนได้ตกลงมาจึงทำการตรวจสอบจุดที่ซ่องหลังคาพบว่าไม่มีการรั่วไหล และตั้งแต่จังหวัดเข้ามาให้ความช่วยเหลือก็พอใจในระดับหนึ่ง

แต่จากเท่าที่ได้ปีนหลังคาขึ้นไปดูสภาพพื้นที่ พบว่ายังไม่มีการดำเนินการขุดดินให้ฐานรากถอนร่นออกให้ห่างจากกำแพงกันดินตามที่กำหนดเอาไว้ที่ 4.50 เมตร และยังไม่มีกำทำท่อระบายน้ำแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามถึงตรงนี้แล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ทุกอย่างที่เกิดขึ้นชาวบ้านและเจ้าของน่าจะพูดคุยกันได้

ชาวบ้านเฮลั่น แห่ล้อมจับ ปลาฝูงใหญ่ ว่ายเข้าใกล้ชายฝั่ง

0

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Tang Kata Thubkaew ได้โพสต์คลิปความยาวกว่า 20 นาที นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Head Aew โพสต์คลิป และภาพนิ่ง ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากมุงดูปลาทะเลที่ถูกนำขึ้นมาวางเรียงรายไว้เป็นกองๆ บริเวณหน้าชายหาดกะรน ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังจากชาวประมงพื้นบ้านได้วางอวน และช่วยกันล้อมจับนำปลาขึ้นมาจากทะเลได้จำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นปลามง และปลาหางแข็ง บ้างเล็กน้อย น้ำหนักตัวละ 3-4 กิโลกรัม

โดยเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากปลามง และปลาหางแข็ง จะว่ายน้ำเข้ามาใกล้ชายฝั่งเพื่อหาอาหารซึ่งจะเป็นกุ้งขนาดเล็กหรือกุ้งเคย โดยแต่ละปีชาวประมงพื้นบ้านจะจับได้มากน้อยแตกต่างกันไป

เมื่อจับมาได้แล้วก็จะนำมาวางกองแบ่งกันในกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน ที่มาช่วยกันล้อมจับ และบางส่วนขายให้กับพ่อค้า แม่ค้า หรือชาวบ้านที่ต้องการ ซึ่งราคาจะต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป

นางสาวอรุณศรี กลั่นมา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า เป็นประจำทุกปีในช่วงระหว่างเดือนพ.ย.-ธ.ค. ที่ปลามง และปลาหางแข็ง จะเข้ามาหาอาหารซึ่งกุ้งตัวเล็กๆ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่ากุ้งเคยบริเวณริมชายหาด

โดยชาวประมงพื้นบ้าน จะมาคอยสังเกตเมื่อเห็นว่าปลาเหล่านั้นเข้ามาหากินอาหารใกล้ชายหาดก็จะนำอวนมาวางและช่วยกันล้อมจับจนได้ปลาเป็นจำนวนมากดังกล่าว เมื่อได้ปลามาแล้วจะนำมาแบ่งเป็นกองๆ ให้กับคนที่มาร่วมกันลงอวน ซึ่งมีประมาณ 15-30 คน

โดยวันนี้ 21 พ.ย.64 เท่าที่สังเกตคาดว่าจะได้ปลาไปคนประมาณ 20-30 กิโลกรัม เนื่องจากปลาจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ตัวละ 3-4 กิโลกรัมเลยทีเดียว และน่าจะมากที่สุดในรอบนี้ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการล้อมจับไปแล้วเช่นกัน แต่ไม่มากท่ากับวันนี้ และยังมีบางส่วนก็ขายให้กับผู้สนใจ ซึ่งมีทั้งชาวบ้านทั่วไปและพ่อค้าแม่ค้าที่รู้ข่าว โดยจะมีราคาต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป และยังได้ปลาสดๆ ที่ผ่านพ่อค้าคนกลางด้วย ถือเป็นวิถีชีวิตอย่างหนึ่งของคนกะรน

เพชรจ้า ยอมรับ ชีวิตคู่ไม่หมูเหมือนที่คิด

0

ยุติความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว สำหรับ ดีเจเพชรจ้า วิเชียร กุศลมโนมัย และ คุณแม่คนสวย นิวเคลียร์ หรรษา กุศลมโนมัย และถึงแม้ว่าชีวิตคู่จะจบลง และทั้งคู่ได้เซ็นใบหย่าเรียบร้อยแล้ว แต่ความเป็นพ่อแม่ของบุตรชายคนเก่ง น้องไทก้า ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ล่าสุด ดีเจเพชรจ้า เปิดใจ ถึงวันที่โสดอีกครั้งผ่านช่องยูทูบ Nickynachat ว่า จริงๆเรายังอยู่เป็นครอบครัวเหมือนเดิม โดยอดีตภรรยา นิวเคลียร์ ยังอยู่ติดกัน เพียงแต่ว่าเราเปลี่ยนสถานะที่ใช้กันสองคนเปลี่ยนไปเป็นพี่น้องดูแลกัน

ด้านบุตรชาย น้องไทก้า ยังอยู่กับทั้งคู่เหมือนเดิม โดยแบ่งเป็น 4 วันอยู่กับเพชรจ้า ส่วนอีก 3 วันก็อยู่กับ นิวเคลียร์ ซึ่งพอมีลูก การเลิกกันมันเลิกกันได้แค่ในนาม แต่ด้วยความเป็นครอบครัวมันเลิกไม่ได้อยู่แล้ว

จากนั้น นิกกี้ ถามต่อว่า ตอนนี้ถามจริง ถ้าเกิดให้มีแฟน ให้มีไรก็ไม่เอาแล้ว ด้าน เพชรจ้า เผยว่า ไม่เอาๆ คือ บอกกับตัวเองเลยว่า หลังจากที่อยู่ตรงเนี่ย เราเริ่มรู้แล้วว่า ชีวิตคู่ไม่หมูเหมือนที่คิด

โดยขออธิบายว่า เหตุการณ์ของตนเองมันไม่มีอะไรเลย ไม่ได้ทะเลาะกัน ไม่ได้อะไรเลย แต่ว่าบางทีทัศนคติความคิด มันไม่ตรงกัน มันก็มีจุกจิก ซึ่งคนที่แต่งงานมีบุตรจะรู้ว่า มันก็มีทะเลาะกันจุกๆจิกๆ ก็พยายามแก้แล้วแต่มันก็แก้ไม่ได้

วิธีนี้ดีสุดแล้ว ที่ทำให้ครอบครัวยังอยู่ ก็คุยกันแล้วว่า เราลองวิธีนี้ดีกว่าก็คือสามารถประคองครอบครัวให้ออกมาไม่พังได้ มันก็เลยเป็นวิธีนี้ก่อน แต่อนาคตจะดีหรือไม่ดีเนี่ย เราไม่มีใครรู้ เพราะ ตอนที่เราคบกันมาตอนแรก เราก็ไม่รู้ว่ามันจะมีฉากนี้ออกมา มันเป็นประสบการณ์ใหม่

ส่องโรงงานหมื่นล้านของ น็อต วิศรุต สามี ชมพู่

0

เรียกได้ว่าเป็นกระแสจนหลายๆคนอยากรู้ว่า สามีของ ชมพู่ อารยา อย่าง น็อต วิศรุต ทำอาชีพอะไร เป็นครอบครัวซุปตาร์อันดับต้นของประเทศที่ไม่มีใครไม่รู้จัก สำหรับครบอครัวของซุปตาร์สาว ชมพู่ อารยา กับนักธุรกิจไฮโซหนุ่ม น็อต-วิศรุต รังสีสิงห์พิพัฒน์ และบตุรชายทั้งสอง น้องสายฟ้า-น้องพายุ ที่กำลังอยู่ในวัยน่ารัก ซุกซน และเป็นที่ทราบกันดีว่าทางด้านสามีของซุปตาร์สาวนั้น

เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสายไฟฟ้าทุกประเภท ในชื่อว่า บริษัท สายไฟฟ้าวีนายน์เคเบิ้ล เรียกได้ว่าธุรกิจนั้นกว่าหมื่นล้านเลยทีเดียว และทางหนุ่ม น็อต ก็มักจะถ่ายภาพคูลๆ ในโรงงานมาให้แฟนๆ ได้ชมกัน เอาเป็นว่าวันนี้เราจะพาทุกๆ คนไปส่องอาณาจักรหมื่นล้านของหนุ่ม น็อต กันดีกว่า


เปิดอาณาจักรหมื่นล้านของ น็อต วิศรุต ในพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 130 ไร่



เรียกได้ว่าทั้งหล่อทั้งรวย เพรียบพร้อมทุกอย่างจริงๆ




CR.เจ้าของภาพ

เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาจริงๆ หล่อรวย

นายสนั่น พูดแล้ว เรื่องคนละครึ่ง เพิ่มอีกคนละ 3,000

0

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 39 ในหัวข้อ Connect the dots Design the future รวมพลัง สร้างสรรค์ อนาคต เพื่อเตรียมพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

โดยช่วงหนึ่ง นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่าหลังไทยเปิดประเทศเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้น โดยรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมสำหรับแผนฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาวไว้แล้ว

สภาหอการค้าฯ จ่อยื่นสมุดปกขาวให้นายกฯ สำหรับแผนระยะสั้น รัฐบาลได้เตรียมวัคซีนบูสเตอร์เข็ม 3 ไว้ 120 ล้านโดส

โดยตอนนี้ทำสัญญาแล้ว 90 ล้านโดส และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้น่าจะจัดหาวัคซีนได้ครบ 120 ล้านโดส เพื่อเตรียมฉีดกระตุ้นภูมิให้ประชาชนทั่วไปและภาคเศรษฐกิจ

ส่วนแผนระยะยาวรัฐบาล ได้วางแผนการเชื่อมการลงทุนและการขนส่งทางร่าง ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค เช่น รถไฟรางคู่

ที่จะเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้การขนส่งเร็วขึ้น รวมถึงพัฒนาเรื่องการใช้พลังงานรูปแบบใหม่ ที่เป็นพลังงานสะอาดมากขึ้น

ขณะที่ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของประชาชน

รวมถึงรัฐบาลควรเร่งการปลดล็อกเรื่องแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ เช่น โครงการพักทรัพย์พักหนี้ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ที่ยังไม่มีการใช้เท่าที่ควร ต้องปรับเงื่อนไข รวมถึงโครงการคนละครึ่ง ที่เสนอให้ขยายวงเงินอีกคนละ 3,000 บาท เพื่อให้มีเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 90,000 ล้านบาท เป็นต้น

ดิว อริสรา ตอบเสียงสูง หลัง หนุ่ม กรรชัย ถามถึงอาชีพแฟนหนุ่

0

เรียกได้ว่าชีวิตคู่สุดแฮปปี้จริงๆแถมยังดป็นคู่รักที่ผ่านการพิสูจน์ความรักในครั้งนี้แล้วด้วยจากการที่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันเพื่อวัดใจในการใช้ชีวิตและดูว่าทั้งคู่นั้นจะยังคบกันต่อไปรอดหรือไม่ถ้าไปเที่ยวในครั้งนี้เป็นเวลา 3 เดือนเต็ม

แล้วโอเคก็จะยังคยต่อไปแต่ถ้าไม่โอเคแล้วนั้นเธอนั้นเล่าว่ากลับมาไทยก็คงต้องเลิกกันไป สำหรับ ดิว อริสรา เซบาสเตียน ลี ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งจะควงกันไปเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศอเมริกา อีกทั้งด้านฝ่ายชายยังมีการเซอร์ไพรส์ให้ฝ่ายหญิงอยู่ตลอดอีกด้วย

ล่าสุด ดิว อริสรา ได้มีโอกาสมาร่วมพูดคุยในเรื่องความรักในรายการ 3 แซ่บ ซึ่ง หนุ่ม กรรชัย ก็ได้มีการพูดว่า หนุ่ม กรรชัย ถามนิดนึงได้ไหม นอกเรื่องหน่อย เขาทำงานอะไร ดิว อริสรา เขาทำงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ค่ะ

หนุ่ม กรรชัย เขารวยมากเลยนะ ดิว อริสรา เขาไม่ได้รวยมากหรอก เสียงสูง ชมพู่ อารยา ทำไมต้องเสียงสูงด้วย ดิว ดิว อริสรา (หัวเราะ) เขาก็ไม่ได้รวยหรอก

อย่างไรก็ตามซึ่งเป็นคู่รักที่น่ารักกันเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะการเอาใจใส่หรือว่าการเอาชนะใจของแต่ละคนในทริปเที่ยว 3 เดือนเต็มๆ