เผาแล้ว! ศพสาว 5 วันไม่เน่า แม่เผยเลือดออกหลังร่างทรงหิ้วเขย่า หมอปลาอ้วกคาที่นอน (คลิป)

78

กรณี น.ส.ทอง​สร้อย​ แก้ว​จันทร์​ ลูกพี่ลูกน้องของ น.ส.นันทิดา​ สุขจันทร์​ หรือ จอย ผู้เสียชีวิต ได้ขอความช่วยเหลือกับนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา ให้มาช่วยดูอาการของน้องจอย หลังจากที่ศพของจอยนิ้วมืออุ่นนุ่ม ศพไม่เหม็น ซึ่งครอบครัวเชื่อว่ายังไม่เสียชีวิตนั้น

วันที่ 10 เม.ย. 64 จากการสังเกตแต่ละจุดในร่างกาย ขาทั้ง 2 ข้างมีเส้นเลือดปูดอย่างเห็นได้ชัด นิ้วมือมีรอยคล้ำดำตามซอกเล็บ หลังมือทั้งสองข้างมีเส้นเลือดปูดขึ้นมา ซอกเล็บเท้ามีรอยดำคล้ำ ฝ่าเท้ามีรอยจุดแดงคล้ายเลือดคลั่ง คอคล้ำดำ ใบหน้าคล้ำดำ ผิวหนังที่หูคล้ำดำ มือด้านขวาเริ่มแข็งตึง และเริ่มมีกลิ่นเหม็น

เวลา 08.00 น. นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา เดินทางมาที่วัดศรีกอเลาบูรพาราม ต.ปราสาท อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ เพื่อพิสูจน์ศพนางสาวนันทิดา สุขจันทร์ อายุ 22 ปี ที่เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 64 มีการสวดอพิธรรมตากศาสนา แต่สภาพศพกลับไม่เน่าเปื่อย จากการตรวจวัดชีพจรก็ยังแสดงผลเหมือนคนปกติ ทำให้ญาติเชื่อว่ายังไม่เสียชีวิตหรือไม่

ทันทีที่หมอปลามาถึงบริเวณวัด ได้เข้าไปขอดูสภาพศพของน้องจอย ก่อนจะสวมถุงมือพร้อมกับใช้มือจับไปที่ปลายเท้า แต่หมอปลาไม่ขอดูใบหน้าหรือสภาพร่างกายของน้องจอยส่วนอื่น ๆ เพราะเป็นการให้เกียรติผู้ตาย

หมอปลายืนยันกับแม่ของน้องจอยว่า ไม่มีปาฏิหาริย์สำหรับกรณีของน้องจอย น้องจอยได้เสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุที่สภาพศพยังไม่เน่าเปื่อย ตามร่างกายยังนิ่ม แขนขา ยังจับงอได้ เป็นธาตุไฟในตัวน้องจอยที่มีปริมาณมาก จึงแนะนำให้แม่ของน้องจอยรีบทำพิธีฌาปนกิจศพลูกสาวเพื่อส่งดวงวิญญาณ จากนั้นให้นำเถ้าอัฐิ หรือเถ้ากระดูกของน้องจอยไปลอยอังคารให้หมด อย่าเก็บไว้ แล้วอย่าบอกให้ใครรู้ถึงจุดที่นำเถ้ากระดูกไปลอยอังคาร เพราะศพลักษณะนี้เป็นที่ต้องการของหมอไสยศาสตร์หรือพวกเล่นของ ที่จะนำไปทำเครื่องลางของขลัง และไปทำในสิ่งที่ไม่ดี

หมอปลาขอให้แม่ของน้องจอยพาไปที่บ้านเพื่อพิสูจน์บางอย่าง เพราะเมื่อเช้ามืดระหว่างเดินทางมาที่วัดจุดที่ตั้งศพน้องจอย เวลาประมาณ 05.00 น. หมอปลาได้ฝันประหลาด เห็นงูหลายตัวอยู่ภายในบ้านของน้องจอย แต่เป็นงูที่ไม่มีพิษ จึงเชื่อว่าความฝันน่าจะเชื่อมโยงกับเรื่องของน้องจอยแน่นอน

จากนั้นหมอปลา ได้เดินทางไปที่บ้านของน้องจอย ระยะทางห่างจากวัดที่ตั้งศพ 1 กิโลเมตร ได้เริ่มสำรวจจากหน้าบ้าน ที่มีการต่อเติมหลังคาบ้านออกจากตัวบ้านเมื่อ 2 ปีที่แล้ว หมอปลาทักทันทีว่าหลังคาส่วนต่อเติมทำไมสูงกว่าหลังคาบ้านเก่า ในลักษณะครอบหรือทับหลังคาบ้านเก่าไว้ ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยถือเป็นเรื่องที่ไม่ดี ไม่มีใครเขาต่อเติมบ้านแบบนี้ อาจส่งผลให้เกิดเรื่องร้ายกับคนในครอบครัวได้

จากนั้นหมอปลาได้เดินเข้าสำรวจภายในบ้านซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว เดินสำรวจไปถึงห้องนอนของแม่น้องจอย หมอปลาได้เกิดอาการแน่นหน้าอก พะอืดพะอม ตาแดงกร่ำ และมีน้ำลายไหลออกมาจากปาก คล้ายกำลังจะอาเจียน ซึ่งจุดที่หมอปลามีอาการดังกล่าวนั้น จะเกิดขึ้นตั้งแต่หน้าห้องนอนไปถึงในห้องนอนของแม่น้องจอย

ขณะที่แม่น้องจอย ได้พูดคุยกับหมอปลาว่าตอนที่น้องจอยป่วยวัณโรค น้องจอยได้นอนรักษาตัวอยู่ที่หน้าห้องของแม่ เป็นระยะเวลากว่า 1 เดือน ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับที่หมอปลาแสดงอาการแน่นหน้าอกและอาเจียน หมอปลาจึงเชื่อว่าความฝันที่ฝันเห็นงูในบ้านของน้องจอยกับอากาที่สัมผัสได้ถึงสิ่งลี้ลับนั้นมีความเชื่อมโยงกัน

หมอปลาเชื่อว่า เป็นดวงวิญญาณของน้องจอย ที่มาขอให้ช่วยปลดปล่อยดวงวิญญาณ หรือเป็นดวงวิญญาณที่มารอรับน้องจอย ซึ่งวนเวียนอยู่หน้าห้องนอนแม่น้องจอย จากนั้นหมอปลา จึงได้ทำพิธีเรียกดวงวิญญาณของน้องจอยในจุดที่หมอปลาสัมผัสได้ โดยให้แม่น้องจอยนำรูปของน้องจอยมาตั้งที่หน้าห้องนอน

หมอปลา บอกว่า เวลา 05.00 น. ตอนที่ตนเดินทางมาที่ จ.ศรีสะเกษ ฝันเห็นงูตัวเล็กตัวใหญ่หลายตัว อยู่ที่บ้านของน้องจอย แต่งูดังกล่าวเป็นงูที่ไม่มีพิษ จึงเชื่อว่าเป็นจิตวิญญาณของน้องจอยรอให้ตนมาเรียกวิญญาณ พอตนมาถึงบ้านน้องจอย บริเวณหน้าห้องนอนของแม่น้องจอย ทำให้ตนสัมผัสบางอย่างได้ และรู้สึกว่าร่างกายค่อนข้างแย่ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ที่ทำให้ตนฝันเห็นงู ตนคิดว่าอีกส่วนหนึ่งเขาอาจให้ตนมาแก้หลักการสร้างบ้านของน้องจอย ที่หลังคาอันใหม่สร้างทับบ้านหลังเก่า จึงคิดว่าน้องจอยอยากให้ตนมาที่บ้านของเขา เพื่อแก้ไขเรื่องดังกล่าวนี้

จากนั้นหมอปลาได้เตรียมธูป 1 ดอก จุดต่อหน้ารูปภาพน้องจอยพร้อมกับสวดมนต์ และให้แม่ของน้องจอยเรียกชื่อลูกสาวไปพร้อมกัน หลังจากสวดมนต์เสร็จ หมอปลาได้ให้แม่ของน้องจอยนำธูปกลับไปปักที่ศพของน้องจอย ซึ่งตั้งอยู่ที่วัด ทางด้านญาติและแม่น้องจอย ได้สอบถามหมอปลากรณีที่วันที่ 5 เม.ย. ก่อนน้องจอยจะเสียชีวิตได้แสดงอาการแปลก ๆ เช่นแลบลิ้น ปลิ้นตา แน่นหน้าอก คล้ายกับคนถูกผีปอบเข้าสิงนั้น จะเกี่ยวข้องกับเรื่องผีปอบหรือไม่ หมอปลาจึงบอกญาติว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องผีปอบและอาถรรพ์ แต่เกี่ยวกับอาการของคนก่อนสิ้นใจตาย ที่แน่นหน้าอกและแสดงอาการแลบลิ้นออกมา

จากนั้น หมอปลาได้เดินไปที่ห้องของน้องจอย ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังบ้าน แต่หมอปลาเดินเข้าห้องน้องจอยได้เพียงแค่ 1 ก้าว ก็บอกว่าตนเองสัมผัสอะไรไม่ได้ จึงเชื่อว่าในห้องของน้องจอยไม่มีวิญญาณ

หลังเสร็จสิ้นพิธีที่บ้านของน้องจอย นางจงรัก ศรปราบ แม่น้องจอย แม่น้องจอย และหมอปลาได้เดินทางมาที่ศาลาวัด จุดที่ตั้งศพของน้องจอยอีกครั้ง ได้นำธูปที่หมอปลาทำพิธีที่บ้านมาปักที่ด้านข้างศพของน้องจอย ก่อนกล่าวว่า หลังจากนี้จะเตรียมทำพิธีฌาปนกิจศพน้องจอย ตามคำแนะนำของหมอปลา เพื่อส่งดวงวิญญาณให้ไปสู่สวรรค์ แม่ได้บอกกับดวงวิญญาณของลูกสาวว่าให้ไปสู่สุคติ ให้ลูกสาวไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ ไม่ต้องห่วงอะไร แม่รับปากว่าจะดูแลลูกสาววัย 3 ขวบของน้องจอยให้ดีที่สุด

หลังจากหมอปลาเดินทางมาพิสูจน์และทำพิธีเรียกวิญญาณน้องจอยให้วันนี้ ก็ทำให้ตนเองสบายใจขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ตนเองไม่กล้าเข้าไปภายในบ้านในจุดที่น้องจอยนอนก่อนจะเสียชีวิต ตนได้รับคำแนะนำตากหมอปลาก็สบายใจแล้วว่าที่ลูกตนเสียชีวิตอาจไม่เกี่ยวกับผีปอบ หลังจากที่หมอปลาเดินทางกลับ แม่ของน้องจอยกับครอบครัวและญาติปรึกษากันทำพิธีฌาปนกิจศพของน้องจอย ในเวลา 14.00 น.

นอกจากนี้ นางสาวจงรัก แม่น้องจอย เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ตนได้นั่งลูบคลำศพของลูกสาว เหมือนที่เคยทำมา ตนจะสังเกตว่าร่างของน้องจอยได้เปลี่ยนไปจากเมื่อวาน ใบหน้าของน้องจอยจะดำคล้ำขึ้นกว่าเดิม นิ้วมือนิ้วเท้าจะเริ่มมีรอยดำ ร่างกายจะเย็นขึ้นกว่าเดิม มีเส้นเลือดขึ้นชัดตามหลังมือ หลังเท้า และจะเริ่มแข็งขึ้น ไม่อ่อนนิ่มเหมือนก่อนหน้านี้ รวมถึงมีเลือดออกจากจมูกของลูกสาว เมื่อคืนนี้ช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ร่างกายของลูกสาวก็ยังปกติ ผิวนุ่ม ไม่คล้ำ เลือดยังไม่ออกจากจมูก ยังไม่เปลี่ยนแปลงขนาดนี้

โดยเมื่อวานนี้ร่างทรงน้องกุมารสังข์ทองสดใสได้ทำพิธีสื่อสารกับลูกสาวตนตามความเชื่อ 3 รอบ และตอนทำพิธีตนและญาติได้เขย่าร่างของน้องจอย ทำให้มีเลือดกำเดาไหลออกจากจมูกน้องจอย ไหลออกตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นมา และเท่าที่ตนสังเกตวันนี้ร่างของน้องจอยจะเริ่มมีกลิ่นเหมือนศพแล้ว ตอนแรกตนจะเอาร่างของลูกสาวไปตรวจวัดคลื่นหัวใจไฟฟ้า เพื่อให้รู้ผลแน่ชัดว่าลูกสาวตนเสียชีวิตแล้วหรือไม่นั้น แต่ตอนนี้ตนไม่อยากเอาร่างของลูกสาวไปตรวจ เพราะจากการดูสภาพวันนี้เชื่อว่าลูกสาวตนเสียชีวิตแล้ว ความรู้สึกตนตอนนี้ไม่ได้หวังปาฏิหาริย์ให้ลูกสาวกลับมา เพราะลูกสาวน่าจะจากตนไปจริง ๆ แล้ว

ก่อนหน้านี้เมื่อคืนวันที่ 5 เม.ย. ตนได้นั่งที่หน้าโลงศพของลูกสาว ได้ยินเวียงลูกสาวร้องไห้สะอื้นอยู่ด้านหลัง เชื่อว่าเป็นวิญญาณของลูกสาวที่จะเข้ามาหาตน

ทีมข่าวได้คลิปวิดีโอของร่างทรงที่ทำพิธีสื่อวิญญาณรอบ 2 ด้านนอกศาลาวัด เป็นเหตุการณ์เมื่อวานนี้ เห็นว่าในคลิปร่างน้องจอยจะนอนบนเตียง จากนั้นร่างทรงเสื้อเหลืองสื่อสารกับวิญญาณ ส่วนแม่และครอบครัวน้องจอยเรียนน้องจอยให้มาเข้าร่าง ญาติมีการนั่งล้อมศพเอาไว้

ด้านนางมรกต หนองบัว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ญาติผู้ตาย กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. ที่น้องจอยมีอาการแลบลิ้นปลิ้นตา ตนมีความเชื่อแต่แรกเลยว่าน้องจอยน่าจะถูกผีปอบเข้าสิงร่าง ก่อนที่น้องจอยจะเสียชีวิต 1 วัน ก็มีสุนัขสีขาวไปนอนแทนที่น้องจอยนอนอีกด้วย ชาวบ้านจึงมีความเชื่อว่าถ้าสุนัขไปนอนแทนที่คนป่วย อาการแบบนี้ชาวบ้านตนเรียกว่าผีปอบเข้าบ้าน สำหรับหมู่บ้านของตน ผู้เฒ่าผู้แก่เคยเล่าให้ตนฟังว่ามีผีปอบตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ตนก็ไม่เคยเห็นผีปอบ วันนี้หมอปลาเรียกวิญญาณน้องจอยแล้ว ตนและครอบครัวน้องจอยก็รู้สึกสบายใจ คิดว่าหลังจากนี้น้องจอยคงไปสู่สุคติ

เวลา 14.00 น. ครอบครัวและญาติได้นำร่างของน้องจอยมาใส่ในโลงศพ ก่อนจะนำไปประกอบพิธีเผาศพที่ด้านหลังวัดศรีกอเลบูรพาราม เป็นจุดที่มีการก่อเชิงตะกอน เพื่อเผาศพน้องจอยในวันที่ 8 เม.ย. โลงศพมาถึงเชิงตะกอน ญาติได้เวียนโลงศพของน้องจอยจำนวน 3 รอบ พ่อและแฟนหนุ่มของน้องจอยแบกหามโลงศพ ก่อนนำศพไปเผาบนกองฟืน อตั้งศพบนกองฟืน ครอบครัวได้ใช้มะพร้าวล้างหน้าศพ หลังจากแม่ของน้องจอยและญาติล้างหน้าศพแล้ว ก็เป็นพิธีเผาศพน้องจอยบนกองฟืน ระหว่างไฟกำลังลุกโชนในกองไฟ พระสงฆ์ก็ได้สวดมนต์ทำพิธีทางศาสนา ส่วนแม่และพ่อได้นั่งดูการเผาศพลูกสาวจนเสร็จพิธี

นายนาถวัฒน์ มะเดื่อ แฟนของน้องจอย กล่าวว่า เมื่อวานนี้ร่างทรงสังข์ทองสดใส ได้มาทำพิธีสื่อสารกับวิญญาณแฟนสาวตน เพื่อให้แฟนสาวตนเข้าร่าง ทำพิธีทั้งหมด 3 รอบ รอบแรก 20.00-20.30 น. ทำพิธีในศาลาวัด รอบสอง 21.00-22.00 น. ทำพิธีด้านหน้าศาลาวัด และรอบสาม 23.00 น. จนถึงเที่ยงคืน ทำพิธีด้านหน้าศาลาวัด ร่างทรงบอกว่าวิญญาณของจอยจะเข้าร่างในเวลา 21.00 น. ซึ่งตรงกับการทำพิธีในรอบที่ 2 แต่วิญญาณน้องจอยก็ไม่เข้าร่าง อ้างว่าวิญญาณของน้องจอยไปเต้นหน้าเวทีหมอลำซิ่งกับเพื่อนหลายคน

นายนาถวัฒน์เล่าว่า เมื่อคืนนี้ตอนร่างทรงทำพิธีสื่อวิญญาณรอบ 2 ก็เหมือนว่าชีพจรของจอยเต้น ตั้งแต่จอยเสียชีวิตไป ตนก็ยังไม่ฝันเห็นจอย ช่วงระยะหลังจอยป่วยวัณโรค ตนต้องย้ายกลับไปอยู่บ้านของตน และมาหาจอยเป็นบางครั้งบางครา ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าจอยศพเหมือนคนปกติ ตนก็รู้สึกมีความหวังว่าจอยจะกลับมาหาตน แต่ตอนนี้ตนทำใจได้แล้ว และอยากบอกจอยว่าไม่ต้องห่วงตนจะดูแลลูกสาววัย 3 ขวบเอง

คลิป