สุดเวทนา ลูกขับไล่แม่ขาพิการ ใช้ชีวิตอดสูกับหลานพิการข้างถนน

57

ผู้สื่อข่าวได้รายงานถึงเหตุสลดใจ หลังพบแม่เฒ่าวัย 78 ปี ขาพิการเดินไม่ได้ กับหลานชายขาพิการวัย 33 ปี ถูกผู้เป็นลูกในไส้ขับไล่ออกจากบ้านไร้ที่อยู่อาศัย ต้องใช้ชีวิตอย่างอดสูใต้ชายคาที่พักผู้โดยสารริมถนน ปากซอยสัตหีบสุขุมวิท 99 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ชาวบ้านสุดเวทนา แห่นำอาหารหวานคาว มาให้ยายหลานประทังชีวิต ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย รอวันที่ฟ้าลืมตา หวังมีหน่วยงานรัฐหรือผู้ใจบุญ เอื้อมือเข้ามาให้การช่วยเหลือ

จากการตรวจสอบพบว่า แม่เฒ่ารายนี้มีชื่อว่า นางสวง สิงหกลางพล อายุ 78 ปี เป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี โดยกำเนิด ก่อนย้ายภูมิลำเนามาอยู่ในบ้านเลขที่ 224 ม.10 ต.บ้านกอก อ.จตุรัส จ.ชัยภูมิ ล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์ขาทั้ง 2 ข้าง ใช้การไม่ได้ ต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ ส่วนหลานชายชื่อ นายสราวุธ มะลิวัลย์ อายุ 33 ปี ขาทั้ง 2 ข้าง พิการจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ยังสามารถเดินได้ ซึ่งภายในศาลาพบกระสอบใส่เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ และรถเข็นวีลแชร์สภาพเก่า ซึ่งทั้งคู่ไม่มีเงินติดตัว มีเพียงอาหารที่ชาวบ้านนำมาให้ประทังชีวิต เพราะเกิดความเวทนา

นางสวง เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เดิมทีชีวิตครอบครัวก็อยู่กันอย่างพร้อมหน้าอบอุ่น ตนมีสามีและมีบุตรชายด้วยกัน 2 คน กระทั่งเมื่อ 15 ปี ชีวิตกลับต้องพลิกผันเมื่อจู่ ๆ ขาทั้ง 2 ข้างก็ใช้การไม่ได้ หมอบอกว่า ทำงานหนักเกินไป ต้องป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ ด้วยความยากจนก็ไม่ได้เดินทางไปรักษาที่ไหน ใช้ชีวิตอย่างคนพิการขาเดินไม่ได้มาตั้งแต่บัดนั้น ไม่นานสามีก็ได้ทิ้งหนีหายไป ส่วนบุตรชายคนโตก็มาล้มตายจากไป เหลือเพียงคนเล็ก ก็ทิ้งตนมามีครอบครัวอยู่ที่สัตหีบ ไม่กลับไปดูแลอีกเลย มีเพียงหลานชาย ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของลูกชายคนเล็ก ที่ตนได้ชุบเลี้ยงไว้ตั้งแต่เกิด แต่ก็ต้องมาตกเคราะห์กรรมขาพิการจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ด้วยวัยเพียง 8 ขวบ ตนได้เลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ จนมาล้มป่วยพิการตอนหลานอายุประมาณ 18 ปี เมื่อหลานเห็นตนเดินไม่ได้ ก็ไม่เลยละทิ้งหน้าที่ดูแลตนเสมือนพ่อแม่ ยึดความกตัญญูเป็นที่ตั้ง ออกหางานทำรับจ้างเพื่อหาเงินมาเลี้ยงปากท้องตนให้มีชีวิตรอด แม้บางทีหลานต้องยอมอดเพื่อให้ตนได้กิน หากวันไหนไม่มีคนจ้างงาน หลานก็จะไปกราบพระขอข้าววัดนำมาให้ตนได้กิน ยอมอดมื้อกินมื้อ แต่ไม่เคยให้ตนต้องอด

กระทั่ง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เจ้าของที่ที่ขอเขาอาศัยเป็นที่พักพิง ได้เกิดขายที่ดินดังกล่าวให้กับคนอื่นไป ทำให้ตนกับหลานต้องไปหาที่อยู่กันใหม่ ระหกระเหินไร้ที่พักพิง จึงได้นำเงินที่เหลือเพียงไม่กี่บาท นั่งรถตู้พากันมาหวังที่พึ่งสุดท้ายกับ ลูกชายคนเล็ก แต่กลับถูกขับไล่ให้ออกจากบ้าน ตนกับหลานจึงได้มาอาศัยใต้ชายคาศาลาที่พักผู้โดยสารริมถนน ผจญชะตากรรมอันโหดไปจนกว่า ฟ้าจะลืมตามีหน่วยงานรัฐ หรือผู้ใจบุญ ที่จะเอื้อมมือเข้ามาให้การช่วยเหลือ

คลิป