ครบ15 วัน เจ้าของที่ดิน รื้อรั้วอิฐบล็อก เสร็จ 100% แต่กลับเจอปัญหหาใหญ่

0
162

จากกรณี เจ้าของที่ดินถมที่ดินและสร้างรั้วสูงมิดหลังคาชาวบ้าน ของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบได้ออกมารวมตัวเรียกร้องขอความเป็นธรรม กระทั่งทางจังหวัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหา ก่อนจะมีคำสั่งรื้อถอนแนวรั้ว และขุดดินที่ถมสูงอยู่ริมกำแพงออกภายใน 15 วัน

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 พ.ย. 2564 เจ้าของที่ดินได้นำรถแบ็กโฮ 2 คัน เข้าพื้นที่มาขุดดินออก พร้อมนำช่างและรถแบ็กโฮเข้าทำการรื้อถอนแนวรั้วด้านบน โดยเริ่มจากกำแพงที่ติดกับบ้านหลังแรก ทยอยรื้อได้ประมาณ 30 เมตร และมีการปรับขุดดินที่อยู่ใกล้กำแพงกันดินออกจากจุดใกล้กำแพงออกจากแนวกำแพง ตามคำสั่งของทางจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว

นางวันทนา สังข์สุข อายุ 35 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ในวันนี้เจ้าของที่ดินยินยอมรื้อแนวรั้วด้านบนกำแพงกันดินออก ซึ่งจะทำให้บ้านของตนได้รับแสงสว่างจากภายนอก ได้รับลมที่พัดเข้ามา ส่วนบ้านของตนที่ได้รับความเสียหายนั้นก็อยากจะฝากให้เจ้าของที่ดินได้ลงมาดูความเสียหาย และมาเจรจาถึงค่าซ่อมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านของตนเองด้วย ซึ่งก็อยากจะวิงวอนให้เจ้าของที่เห็นใจชาวบ้านด้วย

ส่วน นายวรากร เสือส่าน นายกเทศมนตรีตำบลลาดหญ้า กล่าวว่า ทางเทศบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปร่วมสังเกตการณ์รื้อถอนและขุดดินภายในที่ดินแปลงดังกล่าวด้วย เพื่อดูให้การรื้อถอนและขุดดินเป็นไปอย่างถูกต้องตามข้อกำหนด ทั้งนี้ทางเจ้าของที่ดินจะพยายามเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วันตามที่ทางจังหวัดออกคำสั่งมา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยช่วงนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการให้เครื่องจักรหนักเข้ามาทำงานในพื้นที่ได้

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 22 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการดำเนินการรื้อรั้วรวมทั้งขุดดินให้ห่างจากกำแพงดิน 4.5 เมตรให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ซึ่งวันนี้ถือว่าครบกำหนดระยะเวลา 15 วันพอดี

โดยเมื่อไปถึงพบ น.ส.มธุรส และนายธัชชัย (สงวนนามสกุล) สองสามีภรรยาเจ้าของบ้านเลขที่ 190/98 รวมทั้ง นายจตุรงค์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของบ้านเลขที่ 190/101 และ ร.ต.ธานินทร์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของบ้านเลขที่ 190/100 นั่งพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน จึงเข้าไปสอบถามความคืบหน้า

โดยการไปติดตามความคืบหน้าต้องปีนขึ้นไปหลังคาบ้านจึงจะมองเห็นบริเวณโดยรอบ ผลพบว่าเจ้าของที่ดินที่ก่อสร้างได้ดำเนินการรื้อถือถอนรั้วที่สร้างด้วยอิฐบล็อกออกไปจนเสร็จสิ้นแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าทันเวลาที่กำหนดเอาไว้ภายใน 15 วัน ส่วนการขุดดินให้ห่างจากกำแพงกันดิน 4.5 เมตร พบว่าเพิ่งดำเนินการได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

นายธัชชัย เปิดเผยว่า การที่เจ้าของที่ดินดำเนินการรื้อรั้วที่ทำด้วยอิฐบล็อกลงมาได้ถึงระดับนี้ทำให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบมีความรู้สึกดีขึ้นมาก แต่หากเป็นไปได้ก็อยากจะให้รื้อกำแพงกันดินให้ต่ำลงไปอีกเพราะเฉพาะกำแพงกันดินนั้นสูงประมาณ 4 เมตร ซึ่งเท่ากับระดับชายคาบ้าน แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ขอให้ขึ้นกับทางจังหวัดกาญจนบุรี ส่งโยธาจังหวัดลงมาตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของกำแพงกันดินว่าจะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน

และที่ผ่านมาเพื่อนบ้านหลังที่อยู่ตรงกลางได้ถ่ายภาพกำแพงกันดินที่เป็นคอนกรีตรวมทั้งฐานค้ำยัน พบว่ามีร่องรอยของการแตกร้าว จึงยังไม่มั่นใจว่าโครงสร้างนั้นได้มาตรฐานมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องรอให้ทางโยธาจังหวัดเข้ามาสำรวจให้ละเอียดเพื่อนำไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

แต่อย่างไรก็ตามถึงตรงนี้แล้วชาวบ้านก็มีความรู้สึกพึงพอใจในระดับหนึ่ง เพราะเจ้าของกำแพงก็ได้ดำเนินการตามคำสั่งของจังหวัดได้เป็นอย่างดี ซึ่งคำสั่งของังหวัดได้มีการสั่งให้รื้อรั้วที่เป็นอิฐบล็อกออกไปให้หมดภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ 8-22 พ.ย.64

โดยหลังจากรื้อรั้วออกไปได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เช่นที่บ้านของตน ขณะที่มีรั้วอิฐบล็อกอยู่นั้นแสงแดดไม่สามารถส่องผ่านหน้าต่างเข้าไปภายในบ้านได้เลย แต่เมื่อแสงแดดส่องเข้าบ้านได้แล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟเพราะมองเห็นอะไรได้ชัดขึ้น และอย่างน้อยเวลาเราอยู่ในห้องนอนทำให้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่งด้วย ส่วนต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ก็ได้รับแสงแดดไปด้วยเช่นกัน ที่ผ่านมายอมรับว่าการมีกำแพงที่สูงทำให้มันมีปัญหากับชีวิตประจำวันของพวกเราทุกครอบครัว

ซึ่งตั้งแต่มีปัญหาเจ้าของที่ดินผู้สร้างกำแพง ยังไม่เคยเข้ามาพูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบแม้แต่ครั้งแต่เดียว แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งขณะที่กำลังนำรถแบคโฮเข้ามารื้อกำแพงบริเวณหลังบ้านเลขที่ 190/100 ปรากฏว่าทำพลาดทำให้อิฐบล็อกหล่นตกลงมาทำให้กระเบื้องมุงหลังคาแตก หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าของก็ได้มาพบเพื่อขอโทษและได้ดำเนินการซ่อมแซมหลังคาให้จนแล้วเสร็จ

ในส่วนเรื่องค่าชดใช้เกี่ยวกับกรณีบ้านเรือนประชาชนมีสภาพที่แตกร้าวนั้น ทางโยธาจังหวัดกาญจนบุรี ได้เข้ามาสำรวจค่าความเสียหายไปแล้ว 2 ครั้ง แต่เราไม่ทราบว่าทางโยธา นำเสนอข้อมูลไปถึงเจ้าของที่ที่สร้างกำแพงแล้วหรือยัง

ด้าน ร.ต.ธานินทร์ เปิดเผยว่า ช่วงที่อิฐบล็อกตกหล่นมาใส่หลังคาบ้านตนไม่ได้อยู่บ้าน หลังเกิดเหตุเพื่อนบ้านได้แจ้งให้ทราบ ซึ่งทางเจ้าของที่ดินที่สร้างกำแพงเป็นผู้หญิง ได้เข้ามาดูแลและดำเนินการซ่องหลังคาให้เป็นอย่างดี โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาฝนได้ตกลงมาจึงทำการตรวจสอบจุดที่ซ่องหลังคาพบว่าไม่มีการรั่วไหล และตั้งแต่จังหวัดเข้ามาให้ความช่วยเหลือก็พอใจในระดับหนึ่ง

แต่จากเท่าที่ได้ปีนหลังคาขึ้นไปดูสภาพพื้นที่ พบว่ายังไม่มีการดำเนินการขุดดินให้ฐานรากถอนร่นออกให้ห่างจากกำแพงกันดินตามที่กำหนดเอาไว้ที่ 4.50 เมตร และยังไม่มีกำทำท่อระบายน้ำแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามถึงตรงนี้แล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ทุกอย่างที่เกิดขึ้นชาวบ้านและเจ้าของน่าจะพูดคุยกันได้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here