หนูน้อย 10 ขวบ “แพนด้าน้อย” ใช้เวลาว่างช่วงปิดเรียน ปั่นจักรยานส่งอาหาร เที่ยวละแค่ 10 บาท

0
80

ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน! “น้องคุณ” ฟู๊ดในคุ้ม ปั่นจักรยานส่งอาหารเที่ยวละ 10 บาท หารายได้ช่วงปิดเรียน

ปัจจุบันสถานศึกษาต่างก็ปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ บางพื้นที่ก็ปิดเรียน เพื่อความปลอดภัยของผู้เป็นนักเรียน ซึ่งเด็กนักเรียนแต่ละคนก็จะใช้เวลาว่างนี้ไม่เหมือนกัน

สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ See Phueng ได้ลงรูปภาพเด็กชายคนหนึ่ง ที่ปั่นจักรยานมารับอาหารที่ร้าน ด้านหลังน้องมีกล่องที่ทำเป็นกระเป๋าสะพาย เขียนข้อความไว้ว่า “ฟู๊ดในคุ้ม เที่ยวละสิบบาท ชื่อคุณ”


โพสต์ดังกล่าว

ความน่ารักของเด็กชายฟู๊ดในคุ้ม ทำเอาหลายคนชื่นชมและประทับใจมาก โดยชาวโซเชียลหลายคนต่างประทับใจในความขยันของน้อง จนให้ชื่อว่า แพนด้าน้อย เนื่องจากคล้ายกับอาชีพรับจ้างส่งอาหารเดลิเวอรี่ชื่อดังเจ้าหนึ่ง

จากการสอบถามจนได้พบกับเด็กชายในภาพคือ เด็กชายสุรกุล ดลสมบูรณ์ หรือ “น้องคุณ” อายุ 9 ขวบ เปิดใจว่า ตนเห็นว่าในช่วงนี้ปิดเรียน และได้เห็นพี่ๆ ที่ขับรถจักรยานยนต์รับส่งสินค้าเป็นจำนวนมาก ตนก็เลยอยากจะทำบ้าง

จึงได้ชวนเพื่อนๆ อีก 4 คน ทำกล่องกระดาษผูกเชือกเพื่อสะพายหลังเวลาปั่นจักรยาน ออกบริการคนในหมู่บ้านที่ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อรับส่งสินค้า อาหาร ต่างๆ จากร้านมาส่งถึงหน้าบ้าน โดยคิดค่าบริการครั้งละ 10 บาท ทำกันมาได้ประมาณ 3 วันแล้ว

น้องคุณ เล่าว่า เมื่อวานออกบริการได้ประมาณ 5 เที่ยว ได้รับเงินจำนวน 160 บาท ซึ่งเงินที่ได้ก็จะนำมาแบ่งกันกับเพื่อนๆ นั่นเอง

ทางด้านนางสาวสุกัญญา ดลสมบูรณ์ อายุ 35 ปี แม่น้องคุณ เปิดใจว่า น้องคุณเป็นเด็กน่ารัก ใช้ง่าย ใครจะใช้อะไรน้องคุณก็จะไปหมด ในช่วงปิดเรียนเด็กๆ ไม่มีอะไรทำกัน และเห็นว่าลูกกับเพื่อนๆ ได้พากันออกบริการรับส่งสินค้าในหมู่บ้าน ก็เห็นด้วยกับลูกเพราะเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ซึ่งนอกจากจะได้ประโยชน์ในการออกกำลังกาย ทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้การหาเงิน ยังเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองอีกด้วย

ส่วนผู้ใช้เฟซบุ๊ก See Phueng หรือคุณผึ้ง ได้เล่าว่า ตนเห็นเด็กคนหนึ่งปั่นรถจักรยานมาสั่งอาหารที่ร้าน และบอกว่าผมบริการรับส่งสินค้าภายในคุ้มห้วย ตนเห็นว่าเด็กคนนี้น่ารัก พูดจาเพราะ เลยอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ เห็น และคิดว่าที่เด็กๆ ทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ดี เพราะพวกเขาจะได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิก <<<

ที่มา : เรื่องเล่าเช้านี้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here