เปิดวงจรปิด! ทอมหึงโหดยิงดี้ดับ หลานเผยนาทีกอดขาขอร้องก่อนวิ่งหนี ข้างบ้านแฉโมโหร้ายเคยบุกทุบรถ (คลิป)

59

เมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 23 ก.ค. 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู ได้รับแจ้งเหตุว่า มีคนร้ายบุกยิงคนในบ้านพัก หมู่ที่ 3 ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ภายในหมู่บ้านพฤกษา 15 ซึ่งปลูกเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ายังมีคนร้ายที่ก่อเหตุหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพัก พร้อมกับอาวุธปืน จึงนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบและปิดล้อมเพื่อเจรจา จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นห มีคนในบ้านพากันวิ่งหนีกันออกมา

 

197567701655982542

 

จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันปลิดชีพตัวเองเสียชีวิต บริเวณลานหลังบ้านพบศพ น.ส.ชุติกาญจน์ เมตตา หรือ นิก อายุ 46 ปี สาวทอม มีบาดแผลถูกที่ขมับขวา 1 นัด ที่มือขวาพบปืน ออโตเมติก ขนาด .380 1 กระบอก จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

 

100961

 

ห่างไปประมาณ 30 เมตร บริเวณถนนเมนทางเข้าหมู่บ้าน พบรถเก๋งฮอนด้าซิตี้สีดำ ของส่วนผู้ตายที่ถูกยิงก่อน ทราบชื่อ น.ส.กชพร คงเสมา หรือเมย์ อายุ 44 ปี เจ้าของบ้าน

 

535273

 

วันที่ 24 ก.ค. 64 ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปยังบ้านจุดเกิดเหตุ นางสาวจอย หลานนางสาวเมย์ ผู้เสียชีวิต คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังทำใจไม่ได้ ตนเองอยู่ในเหตุการณ์เป็นคนที่ไปกอดขานางสาวนิก คนก่อเหตุ เพื่ออ้อนวอนไม่ให้ยิงนางสาวเมย์ แต่หลังจากที่การอ้อนวอนไม่เป็นผล ตนเองก็ต้องตัดสินใจวิ่งกระโดดข้ามรั้วเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน เพราะตอนนั้นไม่สามารถออกทางประตูใหญ่ได้ เนื่องจากเป็นประตูรีโมตไฟฟ้า หารีโมตไม่เจอ

 

cg1cg2

 

หากย้อนกลับไปตนเองทราบว่านางสาวเมย์ น้าสาว ได้คบหากับนางสาวนิก ทอม แต่ก็ไม่รู้ว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใครมีแฟนใหม่หรือไม่ ที่ผ่านมาก็พอทราบบ้างว่ามีการทำร้ายร่างกายกัน แต่ก็ไม่เคยรุนแรงถึงขั้นนี้ เรื่องของอาวุธปืน ตนเองไม่เคยรู้ว่านางสาวนิกมีการไปเรียนยิงปืนมาจากที่ไหน แต่เท่าที่รู้ช่วงระยะหลังมีการแอบไปซื้อปืนมาพกติดตัว ตัวเองก็เคยถามนางสาวนิกเกี่ยวกับเหตุผลที่ซื้อปืน แต่เจ้าตัวก็บอกว่าเอาไว้เพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น ไม่คิดว่าจะนำมาใช้ก่อเหตุในครั้งนี้

 

466304

 

นางกระถิน นาป้อม อายุ 53 ปี เพื่อนบ้านของนางสาวเมย์ เปิดเผยว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุตนเองนั่งล้างจานอยู่ที่หลังบ้าน จุดที่นางสาวนิก คนก่อเหตุ ตัดสินใจยิงตัวเองตาย ช่วงเวลาดังกล่าวตัวเองได้ยินเสียงคนเข้ามาภายในบ้าน ตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นใคร จนกระทั่งได้ยินเสียงของนางสาวนิกพูดเสียงดังว่า “มึงจะเอายังไง” 3 ครั้ง และได้ยินเสียงคนในบ้านโวยวายเสียงดัง ตนก็เลยวิ่งเข้าไปหลังบ้าน เพราะกลัวว่านางสาวนิกจะกระโดดข้ามรั้วเพื่อหลบหนี หรือมาจับตนเองเป็นตัวประกัน ไม่นานก็เห็นนางสาวจอย หลานสาวของคนตาย ก็กระโดดข้ามรั้วจุดที่ตนเองมักจะใช้ยืนพูดคุยและส่งอาหารแลกเปลี่ยนกัน 2 บ้าน ฝั่งบ้านของคนตายจะเป็นบันได ส่วนฝั่งของตนเองจะเป็นถังน้ำแข็งสีแดง เพื่อมาขอความช่วยเหลือ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนเองจึงให้สามีรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

337008

 

หลังจากนั้น นางสาวจอยก็ได้กระโดดข้ามรั้วกลับเข้าไปภายในบ้าน เพื่อไปช่วยหลานสาวของคนตายอีกคน รวมถึงยายแหลม เป็นยายของคนตาย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสากู้ภัยมาถึงก็ได้มีการปิดล้อมบ้านกดดันให้นางสาวนิกคนก่อเหตุมอบตัว หลังจากที่ยิงนางสาวเมย์ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมประมาณ 15 นาที ตอนนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด เจ้าหน้าที่เข้าไปก็พบว่านางสาวนิกยิงตัวเองตายที่หลังบ้าน

 

973558

 

ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้น ตัวเองเชื่อว่าเกิดจากการทะเลาะและมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เนื่องจากตัวของนางสาวเมย์ จะเป็นคนที่อยู่ประจำที่บ้านหลังนี้ และเปิดร้านเสริมสวยมีลูกค้าประจำมาใช้บริการ ระยะหลังที่มีช่วงโควิดจึงปิดไปช่วงพักใหญ่เท่านั้น ส่วนนางสาวนิก ทอม คนก่อเหตุ ไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้แต่มีลักษณะไปมา ระหว่างที่ทำงานในจังหวัดขอนแก่น กลับที่บ้านของนางสาวเมย์ แต่เวลามาก็มักจะมีปากเสียงและทะเลาะกันเสียงดัง เคยมีเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน นางสาวนิก เข้ามาที่บ้านของนางสาวเมย์ มีปากเสียงทะเลาะกันเสียงดัง นางสาวเมย์เดินเข้าบ้าน แต่สุดท้ายนางสาวนิก ใช้ไม้และก้อนหินที่อยู่ใกล้เคียงทุบกระจกรถแตกเสียหายก่อนที่จะขับรถหลบหนี

 

cg3

นอกจากนี้ ช่วงประมาณ 1 เดือนก่อน นางสาวนิก รีโนเวตบ้านให้กับนางสาวเมย์ เปลี่ยนสีบ้านจากสีครีมมาเป็นสีเทา ก่อนที่จะเกิดเหตุ 1 สัปดาห์ ก็เพิ่งมีการเปลี่ยนรั้วทำรั้วใหม่ มาเป็นรั้วสเตนเลสและเป็นไม้อย่างดี ตอนนั้นตนเองได้มีโอกาสพูดคุยกับนางสาวนิก บอกว่ามีการลงทุนประมาณ 100,000 บาท ตนเองจึงเชื่อว่า นางสาวนิกมีการลงทุนในการต่อเติมบ้านหรือรีโนเวตเป็นเงินส่วนตัวและถูกกีดกันหรือถูกจับได้ว่ามีแฟนใหม่จึงได้ตีตัวออกห่าง ทำให้นางสาวนิกอาจเกิดความไม่พอใจมาก่อเหตุครั้งนี้หรือไม่

ทั้งนี้ ในฐานะที่ตนเองรู้จักกับครอบครัวของนางสาวเมย์ ค่อนข้างสนิทกับยายแหลม ยายของคนตาย ตนเองเคยสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงเรื่องราวที่ทั้งคู่มีการคบหากัน โดยช่วงระยะหลังคนในบ้านของนางสาวเมย์ไม่อยากให้คบหากับนางสาวนิก เพราะด้วยอารมณ์ความรุนแรง ประกอบกับมีการทำร้ายร่างกาย จึงได้มีการกีดกัน

940582

กล้องวงจรปิด ข้างบ้านที่เกิดเหตุ เวลา 17.00 น. ขอวันที่ 23 ก.ค. 64 นางสาวนิก ได้เข้าประตูรั้วเล็กที่อยู่หน้าร้านตัดผม เข้าไปภายในตัวบ้าน หลังจากที่เข้าไปภายในตัวบ้านคาดว่าเริ่มมีปากเสียง แล้วก่อเหตุยิงนางสาวเมย์ถึงแก่ความตาย

411960

กล้องวงจรปิด เวลาประมาณ 17.06 น. ยายแหลม และหลาน 2 คนของคนตาย เปิดประตูรั้วไฟฟ้าวิ่งออกไปเจอเพื่อนบ้าน และเจ้าหน้าที่ที่มาถึงหน้าบ้าน หลังจากที่นางสาวนิกได้ก่อเหตุยิงนางสาวเมย์ ทำให้คนในบ้านจึงตัดสินใจรีบวิ่งออกไปขอความช่วยเหลือ และกล้องวงจรปิดตัวดังกล่าวเห็นภาพวินาทีที่นางสาวนิกวิ่งตามหลัง เพื่อจะไปก่อเหตุกับยายแหลม และหลาน 2 คน แต่ไปเจอกับกลุ่มเพื่อนบ้านและคนจำนวนมาก ก่อนเดินย้อนกลับไปภายในบ้าน

548355

กล้องวงจรปิด ผู้ก่อเหตุมีการใช้รถฮอนด้าสีดำ ขับมาภายในพื้นที่ของหมู่บ้านบริเวณทางเข้าด้านหน้าจุดของพนักงานรักษาความปลอดภัย บ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านของ มีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพ ช่วงเวลา 16.00-16.59 น. ลักษณะขับเวียนภายในหมู่บ้าน ไม่ได้จอดประจำที่ ก่อนจอดรถห่างออกไปจากตัวบ้านประมาณ 30 เมตร เพื่อเข้าไปภายในบ้าน

titled

ขณะเดียวกัน ห่างออกจากตัวบ้านของที่เกิดเหตุประมาณ 30 เมตร รถของนางสาวนิก คนก่อเหตุยังคงจอดทิ้งเอาไว้บริเวณจุดเดิมที่ปรากฏอยู่ในกล้องวงจรปิด ยังไม่ได้เดินทางมาเคลื่อนย้ายรถ กุญแจรถติดตัวกับผู้ตายในขณะเกิดเหตุ ต้องรอรับศพออกจากโรงพยาบาล และมีการนำทรัพย์สินของผู้ตายที่ติดตัวออกมาจากนิติเวช ภายในรถพบว่ามีแว่นสายตาที่บริเวณเบาะนั่งคนขับ และฝั่งของผู้โดยสารมีหน้ากากอนามัยถูกใช้แล้ววางเอาไว้อีก 1 ชิ้น ไม่พบทรัพย์สิน

580390667978

นางสาวกัญญดากร เรืองฤทธิ์ หรือ นิด นิติของหมู่บ้าน คนที่อยู่ในเหตุการณ์เข้าไปช่วยครอบครัวผู้ตาย เปิดเผยว่า หลังจากตัวเองได้รับแจ้งว่ามีเสียงปืนดังภายในบ้านของนางสาวเมย์ ได้ส่งให้ รปภ. เข้าไปดูที่เกิดเหตุ จากนั้นได้รับรายงานว่ามีเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้นจริง จึงได้รีบเข้าไปที่เกิดเหตุโดยทันที จังหวะที่หลานสาว 2 คนของนางสาวเมย์ และยายแหลมวิ่งออกมาจากประตูรั้วไฟฟ้า ช่วงนั้นตนเองสังเกตเห็นว่านางสาวนิก ได้วิ่งตามหลังมาติด ๆ หลังจากที่เห็นว่ายายแหลม และหลาน ๆ มีคนมาช่วยเหลือ จึงได้ถอยห่างออกไป และมีท่าทีลุกลี้ลุกลน อยู่ในอาการเครียดและสับสน บอกว่า “จะมอบตัว” จากนั้นด้วยความกลัวว่านางสาวนิกจะใช้อาวุธยิงยายแหลมและหลาน จึงได้พาออกจากบ้านที่เกิดเหตุไปก่อน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่นางสาวนิกเดินเข้าไปภายในบ้าน

771030

ตนเองจึงได้ถามหลานสาวของนางสาวเมย์คนตาย ซึ่งหลานสาว 2 คน ให้ปากคำและให้การกับเจ้าหน้าที่ไม่ตรงกัน คนหนึ่งบอกว่านางสาวเมย์ โดนยิงเสียชีวิตแล้ว อยู่บนพื้น อีกคนบอกว่านางสาวเมย์ยังไม่เสียชีวิต อยากให้คนเข้าไปรีบช่วยเหลือ แต่ตอนนั้นก็ไม่มีใครกล้าเข้าไป รอเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสากู้ภัยมาถึง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงพยายามจะเปิดเครื่องขยายเสียงเพื่อเกลี่ยกล่อม และพยายามใช้วิธีการเจรจา แต่เวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เข้าไปดูที่เกิดเหตุก็พบว่านางสาวนิก ตัดสินใจก่อเหตุยิงตัวเองตายแล้ว

ส่วนตัววิเคราะห์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่หลานสาวของนางสาวเมย์เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่นางสาวนิกตัดสินใจยิงนางสาวเมย์ โดนยิงนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น แต่หลังจากเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปดูพื้นที่เกิดเหตุและภายในห้องนอนของนางสาวเมย์ พบว่าสภาพศพไม่ได้ยนอนอยู่บนพื้น แต่ไปนั่งพิงอยู่ที่ผ้าม่านใกล้กับเตียงนอน บนพื้นสังเกตเห็นรอยเลือดที่มีลักษณะมีการลากเกิดขึ้น และเลือดที่อยู่ใกล้กับศพก็มีรอยเท้า คาดว่าเป็นของนางสาวนิก จึงสันนิษฐานได้ว่ามีความเป็นไปได้ ช่วง 15 นาทีก่อนที่จะปลิดชีพตัวเอง นางสาวนิกได้ย้อนกลับไปในห้องนอน เพื่อลากเอาล่างของนางสาวเมย์ไปพิงเอาไว้ เหมือนเป็นการพูดคุยหรือต้องการที่จะช่วยเหลือ

565748

เวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา ญาติของนางสาวเมย์ เดินทางไปรับศพมาตั้งสวดอภิธรรมศพที่ศาลา 1 วัดน้อยสุวรรณาราม หรือวัดคลองเก้า บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มียายแหลม ยายของคนตาย คนในครอบครัวและหลาน ๆ รวมทั้งเพื่อนบ้านภายในโครงการหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ร่วมแสดงความเสียใจ ไม่ได้มีพิธีรดน้ำ เนื่องจากศพเดินทางมาถึงช่วงเย็นเกินกว่าเวลาที่จะประกอบพิธีได้ จึงได้ได้นำพวงมาลัยดอกไม้เป็นการขอขมาศพแทน พิธีบำเพ็ญกุศลศพจะมี 3 คืน

ด้านยายแหลม อยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจ ไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ อ้างว่าตอนนี้ทุกคนเสียใจ อยากจะให้คนตายไปสู่สุคติ อีกทั้งคนก่อเหตุก็เสียชีวิตตามตายไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาพูดหรือแก้ตัวอะไรแทน

518304

ล่าสุด ญาติได้นำร่าง น.ส.ชุติกาญจน์ ผู้ตาย เดินทางออกมาจากโรงพยาบาลรามา สาขาบางปู มาถึงที่วัดบ้านราษฎร์เจริญสามัคคีธรรม หมู่ 6 บ้านราษฎร์เจริญ ตำบลกันจุ อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์

173238

นางสมนิตย์ เมตตา อายุ 60 ปี พี่สะใภ้ของ น.ส.ชุติกาญจน์ เล่าว่า ผู้ตาย มีพี่น้อง 5 คน แต่เสียชีวิต ไป 1 คน เหลือ 4 คน โดยผู้ตายเป็นน้องคนเล็ก ตนไม่เคยทราบว่าว่าน้องเขาไปใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ แต่รู้ว่าเขาไปทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ต่างจังหวัด เพิ่งจะมารู้อีกทีตอนเป็นข่าวแล้ว และเขาไม่ได้กลับบ้านมาระยะหนึ่งแล้ว

109972

ส่วนเรื่องที่มีปัญหากับอีกฝ่าย น้องสาวก็ไม่เคยเล่าให้ทางญาติฟัง ยอมรับว่าไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้าย และไม่เคยมีลางบอกเหตุ มาทราบตอนมีโทรศัพท์มาแจ้งว่าน้องสาวก่อเหตุยิงคนอื่นและฆ่าตัวตายตาม ตนก็รู้สึกช็อกเหมือนกัน นอนไม่หลับเพราะตกใจ มาระยะหลังน้องตั้งแต่แม่เสียแล้วก็ไม่ค่อยได้กลับมา แต่ถ้ามีงานวช หรืองานประเพณี น้องเขาก็จะเดินทางกลับมา

963891

นอกจากนี้ ที่ จ.กาฬสินธ์ุ นายลี หาชื่น พ่อของคนสนิทผู้ก่อเหตุ เปิดใจว่า ลูกสาวตนเองคบกับ น.ส.ชุติกาญจน์จริง ตนทราบว่าคบกันมาราว 2-3 ปี ลูกสาวย้ายไปทำธุรกิจอยู่กับ น.ส.ชุติกาญจน์ ลูกสาวตนอดีตเป็นครู แต่ลาออกมาเพื่อทำธุรกิจ เดิมลูกสาวเคยเปิดร้านชายของ 20 บาทอยู่ที่ อ.นาคู จ.กาฬสินธ์ุ ก่อนจะย้ายไปทำธุรกิจใน จ.ชัยภูมิ

356691

ส่วนตัวเคยเจอ น.ส.ชุติกาญจน์ 2 ครั้ง ครั้งแรกตนเองไปนอนอยู่กับลูกสาวที่ จ.ชัยภูมิ ตอนนั้นไปนอน 2 คืน ครั้งต่อมา น.ส.ชุติกาญจน์มากับลูกสาวที่บ้านตนใน จ.กาฬสินธ์ุ ตนเองเห็น น.ส.ชุติกาญจน์ ก็เป็นคนปกติ ส่วนเรื่องที่ลูกสาวคมกับสาวทอมตนเองรับรู้ เพราะลูกชายเป็นคนบอก เนื่องจากมีครั้งหนึ่งลูกสาวตนคิดจะแต่งงานและไปปรึกษากับพี่ชาย ให้พี่ชายมาคุยกับตน บอกว่าคนที่จะแต่งงานด้วยเป็นสาวทอม จะแต่งงานช่วง ธ.ค. 63 แต่เรื่องก็เงียบไป ตนเองไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร แต่ตนไม่เคยกีดกัน แล้วแต่ลูกสาวตัดสินใจ อีกอย่างตนไม่เคยถามลูกสาวเนื่องจากมองเป็นเรื่องส่วนตัว

ล่าสุดที่ตนเจอ น.ส.ชุติกาญจน์ คือช่วง เม.ย. ที่ผ่านมา ตอนนั้นก็มาเล่นที่บ้านตน ไม่ได้มีอะไรแปลก หลังจากนั้นตนเองรู้ข่าวลูกสาวจากลูกชายคนโต บอกว่าลูกสาวมีปัญหากับสาวทอม เหมือนต้องการจะแยกทางกัน แต่เจรจาแบ่งทรัพย์สินกันอยู่ ทราบว่าสาวทอมจะแบ่งให้ 30% เพราะมีหุ้นส่วน 3 คน แต่รายละเอียดอื่นตนเองไม่รู้ ส่วนที่ลูกสาวรู้จักกับสาวทอมได้อย่างไร ตนเองไม่รู้ ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับธุรกิจทุกอย่าง 20 บาทหรือไม่ แต่ช่วงแรกที่เปิดร้านในหมู่บ้าน ตนเองเป็นคนไปขายเอง ไม่เคยเจอกับสาวทอมเลย

ส่วนตัวทราบข่าว น.ส.ชุติดาญจน์ ตนเองยังเคยเตือนลูกสาวทำนองว่า “ระวังจะถูกเขาตี เขาฆ่าเอา” ที่ผ่านมาลูกก็ไม่เคยบอกว่าถูกทำร้าย ส่วนเรื่องปืนของสาวทอมตนก็ไม่ทราบ

คลิป