หนุ่ม ‘ลิ้นเรียกวิญญาณ’ โผล่จันทบุรี ขับรถล่า ‘ผีเร่ร่อน’ เอากลับไปเลี้ยง

40

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่โลกโซเชียล มีการแชร์คลิป เรื่องราวสุดแปลกพิสดารของหนุ่มใหญ่ ฉายา หนุ่มลิ้นติดผี หรือ หนุ่ม “ลิ้นเรียกวิญญาณ” กำลังโด่งดังในโลกออนไลน์ ที่อ้างตัวว่า สามารถใช้ลิ้นสัมผัสและเรียกวิญญาณได้ และจะรับไปเลี้ยงเป็นผีคู่กาย เพื่อมีที่อยู่ไม่ต้องเป็นผีเร่ร่อนนั้น โดยวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนุ่มลิ้นติดผี ได้ปรากฏตัวขึ้นบนถนนรักศักดิ์ชมูล ขาออกตัวเมือง ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี ขณะขับรถโตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียน กธ 3366 ระยอง สภาพมีดินโคลนแปะติดรอบทั้งคัน หลังคาปลูกกอหญ้าขนาดใหญ่เอาไว้ กระจกมองข้าง และที่จับเปิดประตูรถทั้ง 4 ด้าน ยังมีพวงมาลัยใช้แล้วมาแขวนติดไว้ พร้อมเปิดเพลงธรณีกรรแสง ดังลั่นไปตลอดเส้นทาง ทำให้ผู้ที่ใช้รถสัญจรตลอดจนชาวบ้านที่พบเจอต่างพากันยืนมองด้วยความแปลกใจ

ผู้สื่อข่าวจึงเข้าไปสอบถามทราบว่าคือ นายประเสริฐ ผนึกทอง อายุ 50 ปี ชาวปลวกแดง จ.ระยอง โดยเจ้าตัวบอกว่า จุดประสงค์ของการเดินทางมาที่ จ.จันทบุรี ครั้งนี้เพื่อปฏิบัติภารกิจตามเก็บวิญญาณเร่ร่อนบนท้องถนนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หรือถูกฆาตกรรมเป็นผีตายโหง เพื่อนำไปเลี้ยงดูจะได้ไม่ต้องเป็นผีเร่ร่อน ซึ่งได้ใช้วิธีขับรถเก๋งส่วนตัวเปิดเพลงธรณีกรรแสง ไปตามถนนสายต่างๆ พร้อมกับคอยเรียกวิญญาณให้ขึ้นรถไปอยู่กับตน นอกเหนือจากวิธีการใช้ลิ้นสัมผัส และเรียกวิญญาณ ซึ่งจะใช้เฉพาะในบางพื้นที่

นายประเสริฐ บอกอีกว่า ปัจจุบันทำธุรกิจขายรถมือ 2 และห้องแถวให้เช่าที่ จ.ระยอง โดยทุกวันนี้ใช้ชีวิตตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อนฝูง ไม่มีครอบครัว เป็นคนไม่ชอบทำอะไรเหมือนชาวบ้าน เลยได้ลองหาไอเดียพิลึกแปลกๆทำ ก่อนตัดสินใจใช้ดินโคลนผสมดินเหนียวแปะรอบรถทั้งคัน ซึ่งเวลาขับไปไหนมาไหนต่างก็เรียกสายตาและรอยยิ้มผู้ที่พบเห็นได้อยู่เสมอ ซึ่งการทำเช่นนี้เป็นสไตล์ความชอบส่วนตัว และเวลาขับแล้วตนรู้สึกสบายใจ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ โดยมีทักษะพิเศษที่จะสามารถ ใช้ลิ้นสัมผัส หรือเรียกวิญญาณได้ เวลาขับรถไปก็จะเปิดเพลงธรณีกรรแสง พร้อมคอยเรียกวิญญาณให้ขึ้นรถไปอยู่ด้วย ซึ่งตลอด 2 ปี ที่ผ่านมาขับรถตระเวนไปเรียกวิญญาณมาแล้วแทบทุกภาคของประเทศไทย โดยยืนยันหนักแน่นว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ตามเก็บวิญญาณเร่ร่อน มาเลี้ยงดูเป็นเพื่อนเพื่อสร้างเป็นบุญกุศลแบบนี้ต่อไป