‘หญิงลี’ น้อยใจ ‘ลุงพล’ พูดไม่ตรงเหมือนวันแรกที่เจอ เผยคำพูดที่ติดค้างในใจ

138

หญิงลี เผยไม่สบายใจมานาน ครั้งที่ลุงพลมาพักที่รีสอร์ต พร้อมเล่าความทุกข์ถึงน้องชมพู่ น้อยใจพยายามช่วยเหลือทุกด้าน อยากระบายความในใจที่ติดค้าง

จากกรณี นายไชย์พล หรือลุงพล วิภา อายุ 45ปี ผู้ต้องหาหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ได้ยื่นขอการประกันตัว ศาลจังหวัดมุกดาหารมีคำที่สั่งให้ประกันตัว โดยมีการหลักทรัพย์ 180,000 บาท ออกข้อกำหนด หากไม่ปฎิบัติตามจะถูกเพิกถอนการประกันตัวนั้น

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.64 หญิงลี ศรีจุมพล หรือ น.ส. ธิดารัตน์ ศรีจุมพล อายุ 38 ปี นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ออกมาระบุหลังจากนายไชย์พล หรือลุงพล วิภา อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ในคดีน้องชมพู่ ได้ประกันตัวว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.63 ลุงพลและทีมงานมาพักที่รีสอร์ตของหญิงลี ที่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมารู้จักตอนที่มีทีมงานของลุงพล มาแนะนำตัวในตอนเช้าหลังจากเข้าพักได้ 1 คืน

จากการสอบถามทราบว่าลุงพลจะเดินทางไปที่วัดศรีษะแรด หรือวัดหงษ์ ที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม ‘วัดพระเจ้าใหญ่’ ที่อยู่ใน ต.มะเฟือง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ เรื่องคำสาบาน ตอนนั้นรู้สึกชื่นชม และภูมิใจ ที่ลุงพลกล้าเดินทางมาสาบานที่วัดนี้

ในเวลานั้นส่วนตัวคิดว่าลุงพลอาจเป็นแพะตามสื่อออนไลน์ที่มีการวิจารณ์กันเป็นวงกว้าง มีความเห็นใจ และอยากจะช่วยเหลือคนที่กำลังทุกข์ยากลำบาก ตามที่ตนเคยขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง มาก่อนหน้านี้ว่า “ถ้าโด่งดังมีชื่อเสียง” จะขอถวายตนเป็นคนช่วยเหลือสังคมและผู้ยากไร้ เท่าที่ทำได้ ยอมรับว่าตอนนั้น ตนลืมคิดถึงความรู้สึกของพ่อแม่น้องชมพู่

จากนั้นได้ติดต่อหางานให้ลุงพล มีโอกาสทำงาน ขึ้นเวทีร่วม แต่ไม่เคยขึ้นเวทีพร้อมกัน เพราะลุงพล ยังเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ในขณะนั้น ลุงพลทำงานร่วมกันประมาณ 1 สัปดาห์ ได้ค่าตัวครั้งละประมาณ 20,000 -40,000 บาท ถือว่าเป็นรายได้ที่ดี จากการสังเกตระหว่างที่ทำงานด้วยกัน ลุงพลมักจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับน้องชมพู่ให้ฟัง และบางครั้งมักจะไปนั่งซึมเศร้า

ต่อมาตนเห็นภาพในข่าวช่วงลุงพลแถลง ลุงพลระบุในข่าวว่า “วันที่น้องชมพูหายไป เป็นวันที่ตนไม่เห็นหน้าน้องชมพู่เลย” ซึ่งเป็นคำพูดที่สวนกับความรู้สึกของตนเองทันที เพราะวันแรกที่พบกันที่รีสอร์ต ลุงพลเล่าให้ฟังว่า “วันนั้นน้องชมพู่รบเร้าจะไปด้วย ถ้าพาหลานไป หลานคงจะไม่เสียชีวิต” คำพูดคำนั้นทำให้ตนติดใจ และค้างคาใจมาโดยตลอด

การออกมาพูดในครั้งนี้ ตนไม่ได้หวังที่จะไปทำร้ายใคร เพราะลุงพลยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ถ้าศาลยังไม่ตัดสิน แต่ที่พูด เพราะไม่อยากจะมีอะไรติดค้างในใจ ถ้าไม่พูดเรื่องนี้ก็จะฝังอยู่ในใจตัวเองไปตลอดชีวิต ความรู้สึกส่วนตัวก็ยังเห็นใจลุงพล เพราะในอนาคตยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร