หมอพรทิพย์การันตี ซินโครตรอน จับผิดคนร้ายคดีชมพู่ได้จริง! (คลิป)

142

กรณีนายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล อายุ 44 ปี ถูกออกหมายจับ 3 ข้อหา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้องชมพู่ วัย 3 ขวบ เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 บนเขาภูเหล็กไฟ หลังจากนั้นทนายตั้ม ได้พาลุงพลเข้ามามอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และถูกคุมตัวไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.ปทุมวัน ก่อนจะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.กกตูม และศาลได้ให้ประกันตัว 1.8 แสนบาท ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 6 มิ.ย.64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี สอบถามทนายสมเกียรติ โรจนะวรกมล ทนายความส่วนตัวของลุงพล-ป้าแต๋นในคดีป่าไม้ ให้สัมภาษณ์ว่า ความคืบหน้าหลังจากที่ลุงพลได้รับการประกันตัว ถึงแม้ว่าตนจะไม่ใช่ทนายความในคดีนี้ แต่ตนก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะอย่างน้อยก็จะได้สู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกมาต่อสู้ข้างนอก ตนยอมรับว่าการที่กักขังบุคคลเอาไว้ในเรือนจำ แล้วจะให้ออกมาต่อสู้ความยุติธรรมนั้น ถือเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร แต่การที่ลุงพลได้รับอิสรภาพ และมีทีมทนายคอยหาข้อมูลหักล้างเพื่อความบริสุทธิ์ใจ ย่อมจะเกิดขึ้นได้เมื่ออยู่ข้างนอก เพราะอยู่ข้างในจะแสวงหาความเป็นธรรมได้อย่างไร

ขณะเดียวกัน เรื่องที่ทนายความหลายคนออกมาแนะนำการทำงานของทนายตั้ม รวมถึงมีการปกป้องในกระบวนการออกหมายจับ ทำนองว่าทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐานที่มีนั้น ทนายสมเกียรติ บอกว่า ตนขอไม่ก้าวล่วงหรือวิจารณ์ถึงประเด็นดังกล่าว แต่ตนเชื่อว่าสังคมคงจะตัดสินได้ ซึ่งคนที่จะชี้ทิศทางใดทิศทางหนึ่ง หรือกำหนดกติกา คือ “ศาล” หลังจากนี้ก็จะเป็นทีมทนายที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไปทั้งนี้ ทนายสมเกียรติ กล่างถึงเครื่องซินโครตรอน ว่า ตนยังไม่เคยเห็นเครื่องดังกล่าว ไม่รู้ว่าใช้งานอย่างไร ซึ่งส่วนตัวมองว่า ยังไม่มีความเชื่อมั่นในเครื่องดังกล่าว โดยมีการกล่าวอ้างถึงบทสัมภาษณ์ของหมอพรทิพย์ ถ้าตนจำไม่ผิด หมอที่เคยพูดว่า “เครื่องนี้ยังไม่มีการรับรอง และยังไม่มีความน่าเชื่อถือเท่าที่ควร” ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเป็นข้อเท็จจริงมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นต้องลองไปถามหมอพรทิพย์อีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ ทั้งนี้ตนมีความเชื่อมั่นในตัวของหมอพรทิพย์ เพราะท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญ

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี สอบถามหมอพรทิพย์ เปิดเผยว่า ตนไม่รู้ว่าทนายสมเกียรติ เป็นคนฟังบทสัมภาษณ์ด้วยตัวเองหรือไม่ เพราะตนได้พูดไว้ว่า เครื่องมือซินโครตรอน เป็นเทคโนโลยีที่สูงมาก สามารถพิสูจน์ได้ในอนูเล็ก ๆ แต่ปกติจะไม่ใช้พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ยกเว้นว่าเจ้าของเส้นผมมีความพิเศษ เช่น กินยาประจำตัว หรือทำสีผม

โดยกระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลว่าเป็นของใคร จะใช้แค่ 2 วิธีคือ ตรวจ DNA และตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ เพราะฉะนั้นหากอยากรู้ว่าเส้นผมเป็นของใครต้องใช้วิธีตรวจ DNA แต่เส้นผมและเส้นขนที่เป็นหลักฐานในคดีของน้องชมพู่ คาดว่าเป็นเส้นที่ร่วงจึงไม่มีรากที่จะตรวจหา DNA

อย่างไรก็ตาม ตนไม่เคยบอกว่าเครื่องมือดังกล่าวไม่น่าเชื่อถือ เพราะเครื่องมือนี้ความจริงเป็นไฮเทคโนโลยีมาก ๆ แต่การใช้พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล หรือใช้ตรวจเส้นผมว่าคือเส้นเดียวกัน ไม่เคยมีคดีใดในประเทศไทยปรากฏมาก่อนว่าใช้เครื่องดังกล่าว ในส่วนของคดีน้องชมพู่ ตนขอไม่พูดถึงว่าทำไมตำรวจถึงใช้เครื่องมือดังกล่าว และใช้ตรวจสอบอะไร เพราะตนไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดี แต่ตนขอฝากไปถึงทนายความลุงพลว่า ให้ไปหาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเทคนิคนี้ เพื่อจะได้วิเคราะห์เรื่องดังกล่าวอย่างละเอียด

กรณีตำรวจที่รับผิดชอบคดีน้องชมพู่ รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด 16 ชิ้นได้จากที่เกิดเหตุ โดยหนึ่งในหลักฐานสำคัญคือเส้นผมทั้งหมด 36 เส้น ความยาวประมาณ 1 ซม. ซึ่งตรวจพบดีเอ็นเอของน้องชมพู่ และเส้นขนไร้ราก 3 เส้น จากนั้นจึงนำไปตรวจด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนที่มีความละเอียดระดับนาโนเมตร เพราะเป็นหนึ่งในวิธีในการคลี่คลายคดีอาชญากรรมหลาย ๆ คดี

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้สอบถาม ผศ.ดร.ศุภกร รักใหม่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ (วิชาการ) หัวหน้าฝ่ายสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) เกี่ยวกับกรณีการรับรองการทำงานของเครื่องซินโครตรอน

เปิดเผยว่า ความจริงแล้วเครื่องซินโครตรอนเป็นเทคนิคเดียวกันกับเครื่องเอกซเรย์ในห้องแล็บ เพียงแต่ใช้แหล่งกำเนิดแสงคนละที่ละกัน ซึ่งก็คือแสงซินโครตรอน ถ้าให้พูดถึงระดับของความแม่นยำในการทดลองนั้น ไม่ได้น้อยไปกว่าการทดลองจากเครื่องอื่น และอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะระบบในการวัดมีประสิทธิภาพสูงกว่า อีกทั้งความเข้มแสงของซินโครตรอนยังสูงกว่าแสงทั่วไป

สำหรับเครื่องซินโครตรอน มีอยู่ทั่วโลกประมาณ 70 กว่าเครื่อง และใช้กันทั่วไป ไม่ใช่เครื่องที่แปลกประหลาด อีกทั้งใช้กันในหลายวงการ เช่น อุตสาหกรรม การวิจัยต่าง ๆ ซึ่งการทดลองทางนิติวิทยาศาสตร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ในส่วนของเรื่องความน่าเชื่อถือ กระบวนการวัด และวิเคราะห์ เชื่อถือได้แน่นอน และเมื่อนำผลไปประกอบสำนวนคดีแล้วจะน่าเชื่อถือขนาดไหนเป็นเรื่องของศาล

นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ให้สัมภาษณ์ว่า จนถึงวันนี้ตนก็ยังไม่มีความกังวลใจอะไร และไม่มีอะไรชี้แจงหรือแก้ตัว เพื่อให้สังคมเข้าใจในตัวของตนเพิ่มเติม แต่ก็อยากจะฝากให้กลุ่มที่ติดตามข่าวให้มีสติในการวิเคราะห์ การเสพเนื้อหาข่าวต่าง ๆ แต่เรื่องของการแก้ต่าง หรือชี้แจงเกี่ยวกับความเข้าใจผิดในตัวของตน คงพูดกันในชั้นศาล และเป็นหน้าที่ของทนายความ ตนขอไม่พูดหรือตอบในประเด็นเหล่านี้
ส่วนเงื่อนไขที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร กำหนดให้มีการปฏิบัติตาม ทั้งเรื่องไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับพยาน หรือแม้แต่การออกนอกพื้นที่ต้องมีการแจ้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.กกตูม ซึ่งตนก็ยังให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำสั่งศาลทุกครั้ง ส่วนเรื่องของการยุ่งกับพยานหรือพยานในคดีนั้น ตนยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และยืนยันกับสังคมว่า ไม่มีการข่มขู่พยาน เพราะทุกอย่างก็เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ทั้งนี้ ในการพิสูจน์หลักฐาน โดยเฉพาะเรื่องเส้นผมของน้องชมพู่ที่ถูกตัด 36 เส้น ด้วยการใช้เครื่องซินโครตรอน และเทคโนโลยีขั้นสูง ตนไม่เคยเห็นเครื่องดังกล่าว และไม่รู้ว่ามีการนำมาใช้ในคดีนี้ ซึ่งทุกอย่างก็คงเป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ คงไม่แสดงความคิดเห็นอะไร และส่วนตัวก็ไม่รู้ว่าพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเอาผิดตน ก็คงว่ากันไปตามขั้นตอนของกระบวนการในชั้นศาล

กรณีที่มีทนายตั้ม ได้มีการโพสต์ Facebook ลักษณะทำนองว่า พยานแต่ละคนอาจมีใครบางคนบังคับให้พูด หรือท่องบทเอาไว้นั้น นายไชย์พล บอกว่า ตนไม่ทราบว่าสิ่งที่ทนายตั้มโพสต์ว่าหมายถึงอะไร และกรณีที่มีทนายความหลายคนออกมาสอนมวยทนายตั้ม ตนก็ไม่ทราบอีกเช่นเดียวกัน รวมถึงกรณีที่มีผู้ประกาศบางคนออกมาวิจารณ์เกี่ยวตน ตนก็ไม่ทราบอีกเช่นเดียวกัน และขอไม่แสดงความคิดเห็น

รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า

สำหรับเทคโนโลยีเครื่องซินโครตรอน ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก บางประเทศใช้นำมาใช้สืบหาตัวผู้กระทำความผิด อย่างเช่นคดีที่มีชื่อเสียงคือที่ประเทศญี่ปุ่น มีสาวโดนวางยา แต่การตรวจด้วยวิธีปกติ ไม่สามารถตรวจหาสารพิษจากวัตถุพยาน เจ้าหน้าที่จึงเครื่องซินโครตรอน ในการตรวจ พบว่ามีสารตกค้างอยู่จึงจับคนผิดได้

ส่วนในประเทศไทย พบว่ามีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้เกี่ยวกับทรัพย์ ส่วนการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการทำคดีต่าง ๆ สามารถทำได้ พนักงานสอบสวน ผู้เสียหาย หรือผู้กล่าวหา นำหลักฐานยื่นต่อศาล โดยจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญ มานำเสนอในคดีด้วยสำหรับความน่าเชื่อถือของเครื่องซินโครตรอน ในความถูกต้องแม่นยำต้องบอกว่าใกล้เคียงในระดับ 100% ตามข้อมูลที่มีการอ้างอิงในต่างประเทศ แต่การนำมาใช้เป็นหลักฐานในทางคดี

ความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ในการตรวจวัตถุพยานเป็นแค่ส่วนหนึ่ง การได้มาซึ่งวัตถุพยานอย่างถูกต้องก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งการที่ศาลจะรับฟังหรือไม่นั้น อยู่ที่ 2 ประเด็นนี้ และประเด็นอื่น ๆ เป็นหลัก

คลิป